หน้าเว็บ

ค่าตอบแทนของวิชาชีพวิศวกรรม มันเหมาะสมกับ มูลค่างานที่วิศวกรทำได้หรือไม่


ผมรู้ว่าผมเคยพูดเรื่องนี้ไปหลายครั้งแล้ว แต่วันนี้ก็จะพูดอีกที่ที่นี่  เรื่องค่าตอบแทนวิชาชีพของวิศวกรนี่แหละครับ

สมัยปี 2500 ช่วงที่ประเทศไทยเพิ่งเริ่มจะมีแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจฉบับต่างๆขึ้นมา  สมัยนั้นวิศวกร เป็นอาชีพที่ขาดแคลนมากๆอาชีพหนึ่ง  จากการที่ไม่เคยมีความต้องการทางด้านช่างมาก่อนในระบบเศรษฐกิจ  ในช่วงนั้นเรามีโรงเรียน มีสถาบันที่ผลิตวิศวกรได้ เพียงไม่กี่แห่งในประเทศ  ภายหลังยี่สิบปีต่อมา เราเพิ่งจะมี "ห้าเกียร์" คือ สถาบันการศึกษาที่ผลิตวิศวกรได้ มีเพียงห้าแห่งเท่านั้น  ทำให้ในยุคนี้ วิศวกร จึงเป็น "ของหายาก" และมีค่าตอบแทนที่สูง จะเห็นว่า คนเก่งๆ ต่างหลั่งไหลไปเรียนวิศวกันหมด จนทำให้ ปัจจุบัน คนเก่งจากวงการต่างๆในประเทศไทยนั้น ล้วนมีพื้นฐานปริญญาตรีเป็น วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต



ผ่านมาจนถึงยุค 253x  ยุคนี้เป็นยุคที่ประเทศไทยกำลังจะเป็น เสือเศรษฐกิจแห่งเอเชีย (ASIA) เลยนะครับ ไม่ใช่ อาเซียน (ASIAN) ยุคนั้น เราปั้มวิศวกรเพิ่มเพื่อเตรียมการเป็น NICS  จากการที่ประเทศมีนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า การผ่อนปรนการไหลเข้าของเงิน ทำให้ประเทศเกิดความเจริญอย่างมาก และก็มีความต้องการวิศวกร มากเช่นกัน ทำให้รัฐบาล และมหาวิทยาลัยต่างๆ  ต่างเร่งปั้ม วิศวกร จนตั้งแต่ยุคนั้น เรามีหลายสถาบันมาก ที่สามารถผลิต "วิศวกร"ได้ เกิดเปนหลายเกียร์ จนผมเองก็ยังจำไม่ได้ว่า มีกี่เกียร์กันแน่

ในยุคนี้ เป็นยุคที่ผมจบ ก็ยังเป็นยุคที่มีการตั้งโต๊ะรับ นักเรียนที่จบวิศวกรรมศาสตร์ จองตัวกันตั้งแต่ปี 3 เลยทีเดียว

ฝันมาสลาย เมื่อปี 2540 ที่วิกฤต ต้มยำกุ้ง  และตั้งแต่นั้นมา วิชาชีพวิศวกรรรม และชาว วิศว ก็แทบจะไม่เคยมีความรุ่งเรืองอีกเลย จนถึงปัจจุบัน

ต้มยำกุ้ง
เรามาลองทำ การเปรียบเทียบเงินเดือนวิศวกร ที่เปลี่ยนไปกับค่าครองชีพ ที่เปลี่ยนไปดังนี้ โดยการ Simplify หรือทำให้มันง่าย ตัดตัวแปรออกไปจนเหลือแต่ ตัวที่เปรียบเทียบได้ง่ายๆ ดังนี้

เงินเดือนวิศวกรจบใหม่ เมื่อปี 2510  อยู่ที่ 4000 บาท   ราคาทองคำ  400 บาท วิศวจบใหม่ในยุคนั้นจะซื้อทองได้  10 บาท

เงินเดือนวิศวกรจบใหม่เมื่อต้นปี  2540 อยู่ที่ 20000 บาท ราคาทองคำ 7000 บาท  วิศวกรจบใหม่ในยุคนั้น จะซื้อทองได้ ประมาณ 3 บาท

สมัยปี 2540 รถเบนซ์ class หรือ BMW sereis 3 ราคาประมาณล้านต้นๆ  รถของเด็กมหาวิทยาลัยที่รวยๆ ช่วงนั้นเขาจะออก รถพวกนี้กันครับ  ถ้า เด็กวิศวกรจบใหม่ในตอนนนั้น อยากถอย เบนซ์  โดยใช้เงินทั้งหมดที่มี และกู้สักล้านนึง ก็จะใช้เวลาประมาณไม่เกินห้าปี ก็มีโอกาสจะผ่อนหมด

แต่มาถึงยุคปัจจุบันนี้ ที่เป็นยุคที่มีการก่อสร้างเยอะแยะ และมีการแย่งตัววิศวกร กัน (อย่างน้อยก็เมื่อปีที่แล้ว 2556)  จากรายงานการสำรวจของสมาคมวิศวกรที่ปรึกษา บอกว่า เงินเดือนวิศวกรจบใหม่ รวมค่าครองชีพ ปริญญาตรี อยู่ที่ 17400 บาท  ปริญญาโท อยู่ที่ 23500 บาท

ส่วนราคาทองในปัจจุบัน อยู่ที่ราว 20000 บาท กับรถเบนซ์ c class ที่ราคา 3 ล้านบาท จะเห็นว่า

"วิศวกร จบใหม่ไม่สามารถซื้อทอง บาทนึงได้  และ ไม่มีทางซื้อเบนซ์ได้  เผลอๆ ค่าครองชีพ ก็อาจจะยังไม่พอ"

ทีนี้เราลองไปดู วิธีการคิด ราคาค่าวิศวกร บ้างว่าทางเจ้าของงาน หรือเช่น กรมบัญชีกลางเขาให้คิดกันยังไง  เขาบอกว่า ให้เอา เงินเดือนเฉลี่ยนในตารางที่เขาให้ไว้ มาคูณด้วยค่าคงที่ คือค่า overhead ของ office และค่าของช่วง idle time ที่ไม่ได้ทำงาน  บวกกับให้กำไร อีก 10%  ออกมาตัวเลข ตัวคูณที่ให้ใช้ อยู่ราวๆ 2.5-3

ซึ่งมันแปลว่า  ค่า "วิชาชีพวิศวกร" เหมือนค่า อิฐหินปูนทราย มันเป็นสิ่งที่ "ลูกค้า" ไม่ได้ให้มูลค่า ความคิดเลย  ต่างจากวิชาชีพ อื่นๆ เช่นหมอ บัญชี ที่ลูกค้า ยังให้มูลค่า "สมองอยู่"  ซึ่งจริงๆ ก็ต้องยอมรับว่า เป็นแบบนี้ เพราะตัววิศวกร เองด้วย ที่แข่งขันกันหนักทางราคา และไม่ค่อยรู้มูลค่าของตัวเอง

ดูจากโครงการที่ผมไปมีส่วนร่วมอยู่ หลายโครงการที่เจ้าของงาน ยอมทุ่มทุนจ่ายเงินค่าเปิดตัวโครงการ แค่วันเดียว  พอๆ กับค่าจ้างวิศวกร ทั้งโครงการเลยก็ยังมี

"เจ้าของงาน มองเห็น คุณค่า ของการจ้าง organizer มากกว่าคุณค่า ของการจ้างวิศวกร เจ้าของให้มูลค่าความคิดของ organizer แต่ในขณะที่ วิศวกรนั้นแทบไม่ได้มูลค่าความคิดเลย  ได้แต่มูลค่าเวลา  เหมือนกับจ้างกรรมกร"

ผมไม่แปลกใจเลย ที่เห็นวิศวกรออกจากวิชาชีพไปหมด ส่วนพวกที่อยู่ ส่วนนึงก็กลายเป็นพวกที่ต้องหาเงินจากการคอรัปชั่น ในหน่วยงานก่อสร้างเอา

ผมได้แต่หวังว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ผมจะไม่ต้องบ่นเรื่องเงินเดือนวิศวกรอีกแล้ว พวกเราเลิกฟันราคากันเสียทีนะครับ

ดร.พงศ์ธร ธาราไชย

17 ความคิดเห็น:

prasong.ctrc@gmail.com กล่าวว่า...

ครับถูกเหมือนทำงานให้ฟรี วิศวกรไปทำงานอย่างอื่นๆเพิ่มทักษะและประสบการณ์ก้อสามารถทำได้แต่วืิชาชีพอื่นที่จะทำให้ได้อย่างวิศวกรนั้นจะใช้เวลามากกว่าเยอะครับ

Unknown กล่าวว่า...

ผมว่า มันเป็นเรื่องของจำนวนที่ผลิตออกมากเกิน เมื่อจำนวนมาก ผู้จ้างก็เลือกได้ เมื่อเลือกได้เค้าก็เลือกที่ถูกกว่า แต่คุณภาพ ???

Unknown กล่าวว่า...
ผู้เขียนนำความคิดเห็นนี้ออก
CE.MAN กล่าวว่า...

ผมเลือกที่จะไม่ทำหน้าที่วิศวกร แต่เลือกที่จะออกมารับเหมาก่อสร้างเอง เพิ่มรายได้ เพิ่มทักษะให้ทีมงาน เพิ่มมาตรฐานการทำงานที่ถูกต้อง ถึงแม้จะต้องฟันฝ่ากับ ผรม.ที่ทำราคาต่ำเพื่อรับงานแต่มาตรฐานไม่มี การนำเสนองานให้ลูกค้า ชี้ผลดีผลเสียหรือให้คำแนะนำแก่ลูกค้า เพื่อสร้างความแตกต่างให้ชัดเจนรวมกับดีกรีที่มี ก็ทำให้อยู่ได้ บนเส้นทางแข่งขันนี้ เพราะความสามารถล้วนๆจึงไม่ต้องมีผลกระทบกับใคร

Unknown กล่าวว่า...

ฝฝีมือถึงหรือป่าว จบใหม่ทำงานไม่เป็น ทำหน้าโง่ๆ งานเขาเสียหาย จะเรียกเงินเดือน3หมื่น คุณเป็นเจ้าของกิจการกล้าจ้างมั้ยละ มันต้องค่อยเป็นค่อยไปค่อยเพิ่มเงินเดือนทีละนิดตามฝีมือ

Unknown กล่าวว่า...

ขึ้นอยู่กับตัวคุณวิศวะ..แล้วแหละครับว่าจะเพิ่มมูลค่าของตัวคุณเองได้มากน้อยแค่ไหน เห็นวิศวะในบริษัทหลายๆคนก็อยู่แบบเช้าชามเย็นชาม ทุกๆสาขาอาชีพมีความสำคัญหมดครับ

Unknown กล่าวว่า...

วิศวะมันเกลื่อนจะให้ทำไง เดี๋ยวนี้อยากจบวิศวะก็จบมาเต็มไม่ได้ยากไม่ได้เก่งเหมือนคนรุ่นก่อนๆเลย
พวกจบมาใหม่นี่ถามอะไรไปที่ตอบได้รู้จริงมีกี่คนเชียว

Unknown กล่าวว่า...

ครู และสถาบัน ที่เป็นมาตรฐาน เป็นปัจจัยแรก
จะช่วยยกระดับความรู้ของนักศึกษาและออกแบบตำรา
ให้เป็นไปความต้องการของลูกค้า(ผู้ประกอบการ)ได้
(ไม่ใช่แค่เรียนเอาเกรดสูง ๆ อย่างเดียว)

Unknown กล่าวว่า...

ครู และสถาบัน ที่เป็นมาตรฐาน เป็นปัจจัยแรก
จะช่วยยกระดับความรู้ของนักศึกษาและออกแบบตำรา
ให้เป็นไปความต้องการของลูกค้า(ผู้ประกอบการ)ได้
(ไม่ใช่แค่เรียนเอาเกรดสูง ๆ อย่างเดียว)

Unknown กล่าวว่า...

ถูกต้องแล้วครับตอนเรียนก็วาดฝันไว้ถ้าจบมาจะได้เป็นวิศวกรที่มีเงินเดือนสูงๆ...เรียนก็ย้ากกว่าจะจบได้แทบจะเป็นบ้า...พอจบออกมาเงินเดือน 15000+ ค่าครองชีพ3000 ไม่มีโอที..หยุด วันอาทิตย์...ผมก็นึกว่าไม่มีโอทีเราไม่ทำก็ได้..แต่ที่ไหนได้งานก่อสร้างมีวันหยุดซะที่ไหน...เลิกงานขั้นต่ำ4ทุ่มทุกวัน..เจ้านายบอกว่างานเร่งไอ้เราก็ไม่กล้าที่จะหยุดหรือลา..เลิก 5 โมงก็ไม่ได้..เพราะ คำว่าความรับผิดชอบของวิศวกร...สรุปคือทำงานวันละ 13ชั่วโมง คิดค่าแรงต่อวันจะได้ว่า 18000/(30×13)=390บาท/วัน คิดแล้วท้อใจ..ทุ่มเทขนาดนี้ยังโดนด่าทุกวัน...เฮย!!ชีวิต (กรรม)

Unknown กล่าวว่า...

ถูกต้องแล้วครับตอนเรียนก็วาดฝันไว้ถ้าจบมาจะได้เป็นวิศวกรที่มีเงินเดือนสูงๆ...เรียนก็ย้ากกว่าจะจบได้แทบจะเป็นบ้า...พอจบออกมาเงินเดือน 15000+ ค่าครองชีพ3000 ไม่มีโอที..หยุด วันอาทิตย์...ผมก็นึกว่าไม่มีโอทีเราไม่ทำก็ได้..แต่ที่ไหนได้งานก่อสร้างมีวันหยุดซะที่ไหน...เลิกงานขั้นต่ำ4ทุ่มทุกวัน..เจ้านายบอกว่างานเร่งไอ้เราก็ไม่กล้าที่จะหยุดหรือลา..เลิก 5 โมงก็ไม่ได้..เพราะ คำว่าความรับผิดชอบของวิศวกร...สรุปคือทำงานวันละ 13ชั่วโมง คิดค่าแรงต่อวันจะได้ว่า 18000/(30×13)=390บาท/วัน คิดแล้วท้อใจ..ทุ่มเทขนาดนี้ยังโดนด่าทุกวัน...เฮย!!ชีวิต (กรรม)

Unknown กล่าวว่า...

มันเกลื่อนเมือง เรียนแค่ติ่งเดียวก็เรียกวิศวะเสียแระ => ไปขายก๋วยเตี่ยวยังรวยกว่า
ทุกวันนี้มีแต่ วิศวะ อะไรนักหนา ไม่เข้าใจ ต่อไปคงได้เห็น "สาขาวิศวกรรมโหราศาสตร์ แน่ๆ"
555555555555555555555555555555555+

Unknown กล่าวว่า...

จบวิศวะมาทำเกษตร

Unknown กล่าวว่า...

จบวิศวะมาทำเกษตร

ภาสกร กล่าวว่า...

จบวิศวะ เปิดร้านขายของก็โอ นะ

Unknown กล่าวว่า...

จะให้รวยแบบนักการเมืองก็ต้องเรียนสาขา Goat Engineering

Unknown กล่าวว่า...

ผมว่าเราสามารถทำอาชีพมากกว่าวิศวกรได้นะครับ อย่ายึดติดกับวิชาชีพเลยครับ หาอย่างอื่นทำด้วย เป็นอะไรก็ได้ที่ไม่เดือดร้อนใคร ศักดิ์ศรีอยู่ที่ตัวคนไม่ใช่อาชีพ

โพสต์ความคิดเห็น