หน้าเว็บ

รู้จักผ้าม่าน รู้ไว้ เทียบราคาไม่ผิด


  
       ผ้าม่านนั้น ถือเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีประโยชน์อีกชิ้นหนึ่งของบ้านเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะช่วยตกแต่งบ้านให้ดูสวยงามน่าอยู่แล้ว ผ้าม่านยังมีประโยชน์อื่นๆอีกไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการป้องกันความร้อน ลดความสว่างของแสงแดด การใช้ผ้าม่านในการสร้างความเป็นส่วนตัว กรองสายตาบุคคลภายนอก

ซึ่งผ้าม่านในบ้านเรานั้นก็จะมีอยู่หลายชนิดให้เลือกเช่น ผ้าม่าน Sunscreen เป็นผ้าม่านที่สามารถมองเห็นวิวภายนอกได้ แสงสามารถลอดผ่านได้ 50-70 %, ผ้าม่าน Dimout เป็นม่านที่แสงสามารถลอดผ่านเข้ามาได้ประมาณ 30-40% และผ้าม่าน Blackout เป็นผ้าม่านทึบแสง

  

      ผ้าม่านที่ได้รับความนิยมเมื่อก่อนนั้นจะเป็นม่านจีบ แต่ในช่วง 3-4 ปีหลังๆ นี้ล่าสุดจะเป็นตัวม่านม้วน เนื่องจากเดี๋ยวนี้ผ้าม่านม้วนจะมีแบบที่ทันสมัยมากขึ้น และยังง่ายต่อการทำความสะอาดเพียงแค่ใช้ผ้าชุบสบู่อ่อนๆและเช็ดเพื่อทำความสะอาด สำหรับราคาของม่านม่วนนั้นจะถูกกว่าม่านจีบ แต่ข้อเสียของม่านม้วนนั้นจะไม่ได้ปิดสนิทเหมือนม่านจีบทำให้มีช่องแสงลอดออกมาได้ ม่านม้วนจึงเหมาะที่จะติดออฟฟิต หรือห้องนั่งเล่นที่ต้องการให้แสงลอดออกมา

       สำหรับม่านที่นิยมติดในหน้าร้อนนั้นจะเป็นม่านจีบ, มู่ลี่, ม่านม้วน และม่านปรับแสงต่างๆ ซึ่งในการเลือกติดผ้าม่านนั้นควรที่จะดูทิศทางในการติดด้วยว่าผ้าม่านที่เราจะติดอยู่ในทิศไหนถ้าเป็นทิศตะวันตกอาจจะต้องใช้ผ้าม่านที่เป็นตัว Blackout หรือม่านทึบแสง เพื่อจะได้กันทั้งแสง, ความร้อน และยังสามารถกันในเรื่องการลดอุณหภูมิของการใช้แอร์ด้วย และสีที่แนะนำในช่วงหน้าร้อนคือสีโทนอ่อน แล้วให้ติดตัว Blackout (ม่านทึบแสง) เพิ่มเข้าไป เพราะสีอ่อนจะไม่ดูดซับแสงเท่าสีเข้มและยังรู้สึกสบายตาอีกด้วย

       ต่อมาเป็นเรื่องของการดูแลรักษาความสะอาดผ้าม่านซึ่งจะแบ่งตามเนื้อผ้า ดังนี้

       1. ผ้าม่านที่ทอจากเส้นใยสังเคราะห์ เช่น โพลีเอสเตอร์ (Polyester) จะสามารถถอดมาซักทำความสะอาดได้โดยวิธีทำความสะอาดง่ายๆ คือ นำผ้าม่านมาแช่ลงในน้ำที่ใส่สบู่อ่อนๆ เปลี่ยนออกซัก   2-3 น้ำ แล้วน้ำไปผึ่งให้ผ้าม่านหมาด แล้วนำกลับไปติดตั้งเหมือนเดิม ควรซักทุก 3-6 เดือน
       2. ผ้าม่านที่ทอจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ไหม หรือผ้าคอตตอน (Cotton) ม่านชนิดนี้ควรซักแห้ง เนื่องจากเส้นใยธรรมชาติ จะดูดซับน้ำ ทำให้ผ้าหดตัว

       เรื่องสุดท้ายที่จะพูดถึงกันเป็นเรื่องราคาในการติดผ้าม่าน ซึ่งการคิดราคาในการติดผ้าม่านจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ราคาผ้าม่าน, รางผ้าม่าน และค่าแรงในการติดตั้ง ราคาผ้าม่านนั้นส่วนใหญ่จะคิดราคาเป็น “หลา” (1 หลา = 90 เซนติเมตร)  แต่บางทีบางเจ้าก็คิดราคาเป็นเมตร ดังนั้น เวลาเปรียบเทียบราคาจะต้องเทียบด้วยว่า อยู่ในหน่วยวัดเดียวกันหรือเปล่า จะได้เปรียบเทียบราคาได้ถูกต้อง

      อีกเรื่องในส่วนของเรื่องราคานั้น  บางทีเขาเสนอมาเป็นราคาของผ้าหน้าแคบ (ประมาณ 1.38 เมตร)   ซึ่งราคาของผ้าหน้าแคบผ้าหน้ากว้าง (ประมาณ 2.80 เมตร)  ซึ่งจะทำให้ราคาที่เสนอมาต่างกันได้ เช่น
ในหน้าต่างหนึ่งบานอาจจะใช้ผ้าหน้าแคบ 30 หลา แต่ถ้าเป็นผ้าหน้ากว้างอาจจะเหลือซัก 15 หลา ก็ต้องดูด้วยว่าราคาที่ร้านนั้นๆเสนอมาใช้ผ้าแบบไหน ไม่ใช่ดูที่จำนวนหลาอย่างเดียว

ส่วนเรื่องของค่าแรงนั้นส่วนใหญ่จะคิดตามความกว้างของหน้าต่างโดยค่าแรงคร่าวๆ จะอยู่ที่ 200 - 300 ต่อเมตรแล้วแต่ร้านค่ะ

0 ความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น