หน้าเว็บ

ความรู้เด็ด เรื่อง ฉนวนกันความร้อนสำหรับหลังคาบ้านพักอาศัย


ปัญหาของหลังคาบ้านที่พบบ่อยอีกหนึ่งปัญหานอกเหนือจากปัญหาเรื่องหลังคารั่วแล้ว ก็คือปัญหาเรื่องหลังคาร้อน  ซึ่งหลังคาที่มีจั่ว เพื่อที่ให้มีอากาศแทรกอยู่ระหว่าง ชั้นฝ้า กับชั้นหลังคา ดูจะเหมาะกับประเทศร้อนอย่างเรามากที่สุด  เพราะนอกจากจะมีอากาศช่วยลดความร้อนได้แล้ว ยังมีความลาดเอียง (slope) ของหลังคา


บ้านสมัยยุคปัจจุบันนิยมแบบหลังคา แบนกันมาก หลังคาแบนนี้ แต่เดิมมักเป็นหลังคาสำหรับดาดฟ้า ของบ้าน และอาคารประเภทพาณิชย์  บ้านในต่างประเทศมีหลังคาแบนใช้กันมาก  แต่ข้อเสียของหลังคาประเภทนี้ คือ อมความร้อนไว้มาก และอาจมีปัญหาเรื่องรั่วซึม

ประเภทของหลังคา

สำหรับประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างประเทศไทย การใช้ฉนวนมาช่วยลดความร้อน เป็นทางเลือกของคนส่วนใหญ่  โดยแต่เดิมมักใช้ประเภทฉนวนใยแก้ว  ฉนวนใยหิน  ซึ่งฉนวนประเภทนี้ มีข้อดีคือ ใช้กันมานาน หาซื้อได้ทั่วไป  และกันความร้อนได้ดี  แต่ข้อเสียก็คือ เมื่อใช้ไปมักเป็นฝุ่น ของใยแก้วใยหิน ซึ่งอาจเป็นพิษ และก็มีความหนา ทำให้เวลาติดตั้งกับ แบหลังคา จำเป็นต้องทำที่ติดตั้งเพิ่มพิเศษขึ้นมา


ฉนวนฟรอย มีลักษณะ เป็นฟรอยใสมันวาว สะท้อนความร้อนได้ และสามารถติดตั้งได้สะดวก เพราะไม่หนา ทำให้ไม่จำเป็นต้องทำขาติดตั้งเพิ่ม  แต่ก็ไม่กันความร้อนได้ดีเหมือนฉนวนแบบเส้นใย



จึงมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และมาเป็นฉนวนแบบ ฟรอยหุ้มบับเบิ้ล หรือที่เรียกวันว่า Polynum  ฉนวนประเภทนี้ เป็นเป็นฟรอยประกอบไว้กับบับเบิ้ล ฟองอากาศ ( air bubble layer ) ซึ่งจะทำให้ polynum สามารถกันความร้อนได้ดีกว่า ฟรอย อย่างเดียว และยังคงความบางเอาไว้ได้


ประเภทของฉนวนกันความร้อน


ฉนวนความร้อน แบบ EPDM หรือฉนวนยางดำ  ฉนวนประเภทนี้ พัฒนามาจากฉนวนที่ใช้หุ้มแอร์ หุ้มท่อน้ำเย็น  เป็นฉนวนที่กันความร้อนได้ดี มีความทนทาน และมีราคาถูกกว่า ฉนวน polynum  และนอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติที่ไม่ลามไฟ  


การพ่นกันความร้อน แบบ PU (Polyurethane foam) หรือพ่น สี Ceramic coating ลงไปบนหลังคา เพื่อกันความร้อน วิธีนี้เป็นวิธีที่มีราคาแพง และทำให้หลังคามีสีของโฟมติดอยู่บนหลังคา  

การพ่นกันความร้อนนี้มักใช้กับอาคารโรงงาน หรืออาคารพาณิชย์  แต่ไม่นิยมใช้กับบ้านอยู่อาศัย  ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้ว

การเลือกใช้ฉนวน กันความร้อนแต่ละประเภท เลือกให้เหมาะกับการใช้งาน และคำนึงว่า ทำไปแล้ว ต้องอยู่กันอีกนาน ดังนั้นควรคำนึงถึงค่าบำรุงรักษา ค่าไฟฟ้าที่อาจเกิดเพิ่มขึ้นมาก จากการที่ฉนวนไม่สามารถกันความร้อนได้ ด้วย  ไม่ใช่คำนึงถึงแค่ราคาเมื่อตอนติดตั้งเท่านั้น

0 ความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น