
วันนี้ชวนคุยเรื่องบ้านเรื่องเมืองกันนะคะ มีข้อมูลสะดุดตาของสถาบันอนาคตไทยศึกษา เจาะลึกเมืองหลวงประเทศไทย 10 ประเด็น เขาบอกว่าเป็น 10 ข้อเท็จจริงชีวิตคนกรุงเทพฯ อ่านจบแล้วอยากจะพูดใหม่ว่าเป็น 10 ฝันร้ายชีวิตคนกรุงซะมากกว่า
เริ่มจากข้อแรก “มี 37 หน่วยงานทำหน้าที่เกี่ยวกับการจราจร” อาทิ กระทรวงคมนาคมกำหนดเส้นทางเดินรถเมล์ รถไฟฟ้า กทม. (กรุงเทพมหานคร) สร้างและซ่อมสัญญาณไฟ ส่วนผู้ควบคุมสัญญาณไฟเป็นตำรวจจราจร ผลลัพธ์เชิงสถิติ ความเร็วเฉลี่ยรถยนต์ที่วิ่งบนถนนในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 16 กม./ชม. และ 36% ของเวลาที่ใช้เดินทางไปทำงานต้องหยุดนิ่งกับที่
นี่คือเหตุผลที่คนกรุงต้องตื่นตี 5 เพื่อรับมือกับปัญหาจราจร หลายคนเลือกที่จะหนีไปใช้การสัญจรทางน้ำ ทำให้มีผู้โดยสารเรือด่วนเจ้าพระยา-เรือแสนแสบมากถึง 29 ล้านคน/ปี
ข้อ 2 “รัฐลงทุนสูงกับระบบขนส่งมวลชนแต่...คนใช้ไม่มาก” คลาสสิกเคสหนีไม่พ้นรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ลงทุนไป 3.3 หมื่นล้านบาท ตอนวางแผนกะจะให้มีคนใช้บริการปีละ 35 ล้านคน แต่ทำได้จริง 17 ล้านคน อีกโครงการคือรถเมล์ BRT ลงทุน 2.8 พันล้านบาท วางแผนมีคนใช้ 13 ล้านคน สถิติจริง 6 ล้านคน/ปี
ทั้งๆ ที่รถเมล์ BRT อุตส่าห์ลดค่าโดยสารจาก 10 บาทเหลือ 5 บาท แต่คนกรุงก็ยังเมิน เหตุผลเพราะชื่อโครงการเป็นรถเมล์ด่วน แต่วิ่งจริงไม่ได้ด่วนสักเท่าไหร่ กลายเป็นว่าเรือด่วนที่มีผู้ใช้บริการปีละ 29 ล้านคน ลงทุนเพียง 70 ล้านบาท
ข้อ 3 “กรุงเทพมหานครมีเจ้าหน้าที่เทศกิจมากถึง 3,200 คน” เมื่อหารเฉลี่ยจำนวนพื้นที่เท่ากับเจ้าหน้าที่ 2 คนต่อ 1 ตารางกิโลเมตร มีภารกิจหลักจัดระเบียบทางเท้า ในขณะที่ทางเท้าถูกยึดครองด้วยโต๊ะเก้าอี้แผงลอย ตู้โทรศัพท์สาธารณะ รวมทั้งมอเตอร์ไซค์ขึ้นมาวิ่งอีกต่างหาก เรามีจำนวนเจ้าหน้าที่มากเพียงพอ (อาจจะล้นงานด้วยซ้ำ) แต่ข้อเท็จจริงคนเดินทางเท้าในกรุงเทพฯ ถูกลิดรอนสิทธิเยอะแยะไปหมด
ข้อ 4 “กทม. ใช้งบประชาสัมพันธ์ปีละ 377 ล้านบาท” รู้หรือไม่ กรุงเทพฯ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองบ้าป้าย สถิติมีถึง 1 แสนป้าย เฉพาะบิลบอร์ดหรือป้ายโฆษณาขนาดใหญ่มีมากกว่า 1,000 ป้าย สวนทางกับการเก็บภาษีป้ายได้แค่ปีละ 778 ล้านบาท (เท่านั้น)
คำถามลอยๆ มีอยู่ว่า ถ้าตัดงบพีอาร์ 377 ล้านบาทก้อนนี้ เราจะสามารถ 1.นำมาทดแทนค่าภาษีป้ายจะทำให้ลดปริมาณป้ายที่มีดาษดื่นลงได้ครึ่งหนึ่ง 2.สร้างจุดบริการด่วนมหานคร (Bangkok Express Service) ได้ 100 จุด 3.จ้างพนักงานกวาดถนนได้เพิ่ม 3,500 อัตรา
ข้อ 5 “ค่าครองชีพแพง คนจนต้องออกไปอยู่ชานเมืองมากขึ้น” สถิติค่าจ้างแรงงานในกรุงเทพฯ ช่วงปี 2551-2558 เพิ่มเฉลี่ยปีละ 4% แต่ราคาที่ดินเพิ่มเฉลี่ย 8% ค่าใช้จ่ายหมวดรถไฟฟ้าแพงกว่าเมืองหลวงประเทศอื่นๆ อาทิ แพงกว่ากรุงโตเกียว 1.4 เท่า ฮ่องกง 1.7 เท่า และแพงกว่าเซี่ยงไฮ้ 4 เท่า
![]() |
ค่าครองชีพแพง |
ข้อ 6 “พื้นที่สีเขียวที่ใช้ได้จริงต่ำกว่ามาตรฐาน 5 ตารางเมตรต่อประชากร 1 คน” กทม.แจ้งว่าพื้นที่สีเขียวใน 50 เขตรวมกันราว 34 ล้านตารางเมตร หรือเฉลี่ย 5 ตารางเมตร/คน แต่เป็นพื้นที่เกาะกลาง ต้นไม้ริมถนน กำแพงต้นไม้ 22% เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล เช่น สวนหย่อมบริษัทเอกชน-หมู่บ้านจัดสรร 21% เหลือเพียงพื้นที่สีเขียวที่คนกรุงเข้าไปใช้บริการได้จริง 19 ล้านตารางเมตร เฉลี่ย 2 ตารางเมตรต่อคน
ข้อ 7 “กทม.มีข้าราชการและลูกจ้างมากกว่า 97,000 คน” งบประมาณแต่ละปีตก 8 หมื่นล้านบาท จำนวนคนทำงานก็มีไม่น้อยแต่คุณภาพชีวิตคนกรุงยังต่ำเกณฑ์ เช่น เป็นเมืองหลวงที่อากาศสกปรกอันดับ 5 ของเอเชีย เอกซเรย์ดูแล้วมีประมาณ 3 หมื่นคนที่เห็นภาพว่าทำหน้าที่บริการอะไรบ้าง ได้แก่ ครู 14,331 คน พนักงานเก็บขยะ 10,221 คน เทศกิจ 3,200 คน คุณหมอ-พยาบาล 2,608 คน
ข้อ 8 “65% เด็กนักเรียนสังกัด กทม. ตกวิชาเลขที่จัดสอบโดย PISA” ซึ่ง PISA เป็นการจัดสอบวัดผลระดับนานาชาติ สถิติปี 2555 ผลคะแนนวิชาคณิตศาสตร์พบว่า
นักเรียนสังกัด กทม.ได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ เปรียบเทียบกับนักเรียนสังกัดโรงเรียนเทศบาล-อบจ.-อบต. ที่สอบตก 57% ค่าเฉลี่ยทั่วประเทศสอบตกเฉลี่ย 50% โดยโรงเรียนสาธิตตกเพียง 9%
ข้อ 9 “กทม.จ่ายโบนัสปีละ 2.3 พันล้าน ทุกหน่วยงานได้ผลงานระดับดีมาก” อาจจะค้านสายตาไปบ้างเมื่อเทียบกับสถิติเด็กตกเลข โดยพบว่าทุกหน่วยงานมีผลประเมินการปฏิบัติราชการระดับดีมาก มีโบนัส 1.5 เดือน
ข้อเท็จจริง 10 “ค่าก่อสร้างศาลาว่าการ กทม.2 แพงกว่าเอกชนสร้างคอนโดหรู” เหตุที่แพงเพราะใช้เวลาก่อสร้างนานเลย 20 ปี ใช้งบ 9,975 ล้านบาท สร้าง 3 อาคาร พื้นที่ใช้สอยรวม 97,000 ตารางเมตร เฉลี่ยตารางเมตรละ 103,717 บาท สูงกว่าโครงการมหานคร คอนโด ทำเลอยู่หัวมุมถนนสาทร ที่มีค่าก่อสร้าง 86,855 บาท/ตารางเมตร
อ่านเอาเพลินนะคะ เห็นว่าเป็นช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ถือเป็นเทศกาลที่งานวิจัยจัดอันดับท็อป 10 ท็อป 5 เรื่องโน้นเรื่องนี้ออกมาเยอะ ก็เลยหยิบนำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ
CR. หนังสือพิมพ์มติชน
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น