หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ แสดงบทความทั้งหมด

ตีตราอาเซียนไทยหงอย เปิดโผ7อาชีพดาวรุ่งปี'59
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์ 

  ภายใต้แผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี บลูพรินต์) ประเด็นหนึ่งเป็นที่จับตาของคนไทยคือการเคลื่อนย้ายแรงงานวิชาชีพเสรี 7 วิชาชีพ และ 1 กลุ่มวิชาชีพ แม้ท้ายที่สุดอาเซียนจะไม่สามารถจัดทำข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ (เอ็มอาร์เอ) ของวิชาชีพนักสำรวจได้ทัน ทำให้เริ่มเคลื่อนย้ายได้จริงในปี 2559 นี้เพียง 6 วิชาชีพ และ 1 กลุ่มวิชาชีพ แต่โอกาสของการเคลื่อนย้ายในวิชาชีพที่เหลือก็ยังคงน่าสนใจ

ก่อนหน้านี้ ยังคงเป็นที่สงสัยของชาวไทยจำนวนหนึ่งด้วยว่า ประเทศอื่นในอาเซียนตื่นตัวกับเรื่องเออีซีเหมือนที่ไทยตื่นตัวจนจัดสัมมนาประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับเออีซีถี่ๆ หรือไม่ ข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานกลางระดับอาเซียนของแต่ละวิชาชีพดูจะสะท้อนชัดแล้วว่า ประเทศอื่นในอาเซียนนั้นตื่นตัว และอาจตื่นตัวกว่าไทยมากด้วยซ้ำ

เริ่มจากวิชาชีพแรกที่เปิดให้ขึ้นทะเบียนระดับอาเซียนมาก่อนใครเพื่อน คือ วิชาชีพสถาปนิก จากข้อมูลบนเว็บไซต์ของสภาสถาปนิกอาเซียน พบว่า ปัจจุบันมีผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถาปนิกอาเซียน (AA)จากทั่วภูมิภาค 255 คน เป็นชาวอินโดนีเซียมากที่สุด จำนวน 73 คน ตามด้วยสิงคโปร์ 67 คน ขณะที่ไทยมีผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอันดับ 7 หรือค่อนท้ายของตาราง มีผู้ที่ได้รับประกาศชื่อแล้ว 5 คน และรอประกาศชื่ออีก 1 คน รวม 6 คน

แม้ข้อมูลล่าสุดของสภาสถาปนิกไทย จะระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ขึ้นทะเบียนของไทยเพิ่มขึ้นเป็น 11 คนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังน้อยกว่าความสนใจระดับอาเซียนของสถาปนิกอีกหลายชาติ

ขณะเดียวกัน ข้อมูลของคณะกรรมการประสานงานด้านวิศวกรวิชาชีพอาเซียน (ACPECC) พบว่า ปัจจุบันมีผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นวิศวกรอาเซียน (ACPE) แล้วทั้งสิ้น 1,406 คน โดยอินโดนีเซียและสิงคโปร์ยังคงเป็น 2 ประเทศที่มีผู้สนใจขึ้นทะเบียนระดับอาเซียนมากที่สุดเช่นเดียวกับวิชาชีพสถาปนิก มีผู้ขึ้นทะเบียนแล้ว 579 คน และ 229 คน

สำหรับไทยเองมีผู้ขึ้นทะเบียนแล้ว 24 คน ครองอันดับ 7 ของภูมิภาคเช่นเดียวกับวิชาชีพสถาปนิก

อีกวิชาชีพหนึ่งที่เปิดให้ขึ้นทะเบียนระดับอาเซียนแล้ว คือ กลุ่มวิชาชีพท่องเที่ยว แม้จะยังไม่ได้เปิดให้ขึ้นทะเบียนครบทั้ง 6 แผนก 32 สาขา เนื่องจากติดขัดด้านการพัฒนาผู้ฝึกอบรมก่อนขึ้นทะเบียน แต่ก็มีบางแผนกที่ขึ้นทะเบียนกันมาสักพักแล้ว เช่น แผนกแม่บ้าน

ปัจจุบันแม้การจัดทำระบบทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวของอาเซียน (ATPRS) จะยังไม่เสร็จสิ้น แต่จากข้อมูลเบื้องต้นยังคงพบว่า อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่ตั้งเป้าหมายการขึ้นทะเบียนเอาไว้ค่อนข้างสูงตั้งแต่ปี 2557 ขณะที่ไทยนั้นขึ้นทะเบียนวิชาชีพแม่บ้านแล้วราว 3,500 คน

เวทีอาเซียนจึงยังดูไม่เป็นโอกาสที่โดดเด่นสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพต่างๆ ของไทยเท่าใดนัก โดยเฉพาะวิชาชีพที่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนล่วงหน้า หากไม่เร่งไปขึ้นทะเบียนก็อาจเสียโอกาสให้แก่ชาติอื่นที่ขึ้นทะเบียนพร้อมเคลื่อนย้ายกันแล้วจำนวนมาก

เมื่อวิชาชีพที่เปิดให้เคลื่อนย้ายเสรียังอาจไม่ใช่ดาวรุ่งของปี 2559 แล้ววิชาชีพที่มีแววเป็นดาวรุ่ง คือ อาชีพใด

สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2559 นี้ มีประมาณ 7 กลุ่มอาชีพ ที่ถือเป็นดาวรุ่ง

เริ่มจาก 1.กลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานขายและการพัฒนาธุรกิจ ทั้งในกลุ่มค้าปลีก กลุ่มพนักงานขายทางโทรศัพท์ โดยหากเป็นผู้ที่มีทักษะครบถ้วน ทั้งทักษะภาษารับยุคเออีซีและความสามารถในการบริหารจัดการงานหลายอย่างได้พร้อมกัน (Multi-Tasking Skill) จะมีโอกาสมากเป็นพิเศษ

2.กลุ่มอาชีพด้านไอที โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอี-คอมเมิร์ซและดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง เนื่องจากเป็นแนวโน้มของภาคธุรกิจที่หันมาขยายช่องทางธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์และสื่อดิจิทัลมากขึ้น3.วิศวกรโยธา วิศวกรเครื่องกล และวิศวกรขนส่งทางราง กลุ่มนี้จะเติบโตตามความต้องการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย รวมถึงความชัดเจนในการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ ที่
เพิ่มขึ้น

4.นักการเงิน นักบัญชี กลุ่มนี้จะมีโอกาสสูงเป็นพิเศษ หากมีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เข้าใจในธุรกิจที่ทำ สามารถวางแผนวิเคราะห์การเงิน การลงทุน ทักษะการใช้โปรแกรม เช่น SAP ERP Oracle หรือเป็นผู้ชำนาญด้านภาษีที่มีใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)

5.อาชีพบริการทางการแพทย์และธุรกิจสุขภาพ กลุ่มนี้จะมีโอกาสเติบโตตามทิศทางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 6.บุคลากรสายวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือก เหมืองแร่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่กำลังเติบโต และ 7.อาชีพที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ กลุ่มนี้เป็นอีกกลุ่มที่จะเติบโตจากความพยายามสร้างความเชื่อมโยง (คอนเนกทิวิตี้) ของอาเซียน อัตราการได้งานทำสูงเกือบ 100%

อย่างไรก็ดี ปีนี้มี 1 กลุ่มอาชีพที่มีแนวโน้มความต้องการชะลอตัว คือ กลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการภายในออฟฟิศ (Office Management) เนื่องจากปัจจุบันมีระบบและเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยบริหารจัดการงานภายในออฟฟิศมากขึ้น ความต้องการบุคลากรตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่ถึงผู้บริหารระดับกลางของกลุ่มนี้จึงชะลอตัวลง

สุธิดา ระบุด้วยว่า ปีนี้ยังเป็นปีที่ผู้ประกอบการมีแนวโน้มจะแข่งขันกันสรรหาผู้มีความสามารถโดดเด่น (Talent) มาทำงานตำแหน่งระดับกลาง เช่น Management Trainee ขณะเดียวกันยังแข่งขันกันรับเด็กจบใหม่ที่มีคุณสมบัติดี ตั้งแต่พื้นฐานการศึกษา ทักษะภาษาอังกฤษ ไปจนถึงทักษะอ่อน (Soft Skills) เช่น ทักษะที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสาร

สำหรับแรงงานไทยนั้น ยังมีโอกาสจากกรณีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมรับการเข้าสู่เออีซีอย่างเป็นทางการด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

10 ข้อเท็จจริง ชีวิตคนกรุง จากหนังสือพิมพ์มติชน



กรุงเทพฯ 1,568 ตารางกิโลเมตร ใช้ชีวิต 24 ชั่วโมงเผชิญกับอะไรบ้าง?

วันนี้ชวนคุยเรื่องบ้านเรื่องเมืองกันนะคะ มีข้อมูลสะดุดตาของสถาบันอนาคตไทยศึกษา เจาะลึกเมืองหลวงประเทศไทย 10 ประเด็น เขาบอกว่าเป็น 10 ข้อเท็จจริงชีวิตคนกรุงเทพฯ อ่านจบแล้วอยากจะพูดใหม่ว่าเป็น 10 ฝันร้ายชีวิตคนกรุงซะมากกว่า

ปัญหาบ้านทรุดและดินรอบบ้านยุบตัว (2)



      ในตอนที่แล้วกล่าวถึงปัญหาการทรุดตัวของบ้านพักอาศัยที่อยู่มาหลายสิบปี จะเกิดการทรุดตัวได้หรือไม่ สรุปก็คือ ถ้าบ้านมีปัญหาเรื่องฐานรากจะเกิดปัญหาขึ้นทันที ส่วนบ้านที่อยู่มานานหลายสิบปีแล้วจึงค่อยเกิดการทรุดตัวนั้นจะต้องไม่ใช่เกิดขึ้นจากฐานรากของบ้านมีปัญหา แต่มักพบว่าเกิดขึ้นจากการต่อเติมอาคาร ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติมด้านหลัง ด้านข้าง หรือเพิ่มจำนวนชั้นของบ้าน ตอนนี้มาต่อเรื่องของปัญหาบ้านทรุดและดินรอบบ้านยุบตัวกันอีกตอนครับ


วิธีลับคมเป็น "วิศวกรเนื้อหอม"


     ในปี 2558 ทุกกลุ่มสายงาน "วิศวกร" ยังคงติดอันดับอาชีพที่สุดร้อนแรง ที่บริษัทต่างๆ มีการลงประกาศรับสมัครงานต่อเดือนประมาณ 26,031 อัตรา แต่ในความป็นจริงแล้วองค์กรกลับรับได้จริงเพียง 7,880 อัตราเท่านั้น นี่คือผลสำรวจของ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย ซึ่งชี้ถึงปัญหาดีมานด์ไม่สอดคล้องกับซัพพลาย แม้จะมีความต้องการบุคลากรในสายงานนี้จำนวนมาก ทว่ากลับพบข้อจำกัดตรงคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับงานกลับมีจำนวนน้อย

     "สุธิดา กาญจนกันติกุล" ผู้จัดการฝ่ายการตลาดกล่าวว่า แม้ผลสำรวจพบว่าในภาพรวมของตลาดกลุ่มสายงานวิศวกรในปีนี้ยังคงร้อนแรง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในไตรมาสแรก ยังคงไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากธรรมชาติของกลุ่มสายงานด้านวิศวกร จะฮอตสุดๆ คือจะเกิดสงครามแย่งชิงตัวกันสูงสุดในช่วงไตรมาสหลัง

     พูดถึงความต้องการแรงงานสายงานวิศวกรในปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี เธอบอกว่าคนในสายงานนี้ที่จะถูกหมายปอง หรือถูกดึงตัวไปทำงานต่างประเทศมากที่สุดส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มนักศึกษาจบปริญญาตรี ที่เริ่มทำงานได้ 3-4 ปี โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า ที่กำลังเร่งพัฒนา และขยายความเจริญภายในประเทศ

"และวิศวกรไทย ก็ถือว่าเป็นเบอร์หนึ่งที่ใครๆ ก็มีความต้องการ เนื่องจากขึ้นชื่อในเรื่องของคุณภาพ มีฝีมือดี มีความใส่ใจในรายละเอียดการทำงาน ตลอดจนยังมีค่าแรงที่ถูกกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มสายงานวิศวกรของสิงคโปร์ที่มีเนื้องานเทียบเท่ากัน"

     สำหรับกลุ่มสายงานวิศวกรที่มีความต้องการจ้างงานที่สูงขึ้น และคาดว่าจะคึกคักมากๆ ในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ในปีนี้ ก็คือวิศวกรที่มีความเชียวชาญด้านพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ขณะที่กลุ่มสายงานวิศวกรที่เป็นที่ต้องการในประเทศไทย และต้องมีการดึงตัวบุคลากรมาจากต่างประเทศเข้ามา ก็คือ วิศวกรด้านน้ำมันก๊าซธรรมชาติ สาขาที่มีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง ก็คือ สาขา Mechanical, สาขา Logistic (มาแรงใน 3-5 ปีนี้) และสาขา Electrical รวมถึง Network Engineer เนื่องจากเป็นยุคแห่งดิจิตอล ดังนั้นการเลือกเข้าเรียนของนักศึกษาในสาขาต่างๆ มีความสำคัญที่ควรศึกษาตั้งแต่กอนเข้าเรียน เพราะส่งผลตั้งแต่การหางานทำไปถึงการเติบโตในสายงาน

     ปัจจุบันองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ของไทย จะใช้กลยุทธ์เข้าไปจองตัวนักศึกษาในมหาวิทยาลัยระดับ Top 5 และเน้นเด็กเรียนเก่งที่เรียนในสาขาที่ต้องการโดยต้องมีเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไป "ความต้องการบุคลากรในสายงานนี้มีสูง แต่คนที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมยังคงขาดแคลน ปัจจุบันนายจ้างต้องการแรงงานที่มีทักษะเชิงลึก รอบด้าน และมีประสบการณ์ในการทำงาน"

ซึ่งทักษะที่มีความต้องการสูงในกลุ่มสายงานวิศวกร
  • อันดับหนึ่ง ภาษาอังกฤษ ซึ่งปัจจุบัน เด็กเจนวาย มีความเชี่ยวชาญในภาษาอังกฤษค่อนข้างดี แตกต่างจาก เจนเอ็กซ์ที่มีประสบการณ์ทำงานเชี่ยวชาญกว่า แต่ภาษาอังกฤษด้อยกว่า
  • อันดับสอง ทัศนคติในการทำงานที่ดี (ทักษะการสื่อสาร, มนุษย์สัมพันธ์ดี, ทีมเวิร์คที่ดี) ซึ่งเป็นธรรมดาที่หน่วยงานองค์กรย่อมต้องการบุคลากรที่ไม่เกี่ยงงาน ยอมรับการติ เพื่อนำไปแก้ไข
  • อันดับสาม ความชำนาญพิเศษ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากเป็นที่ต้องการของหน่วยงานองค์กรต่างๆ ดังนั้นควรมีการสร้างโปรไฟล์ตัวเอง ที่สามารถบอกได้ว่าตั้งแต่ทำงานมาประสบความสำเร็จในด้านใดบ้าง
  • อันดับสุดท้าย ทัศนคติที่สามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมที่หลากหลาย เพื่อเป็นการรองรับสังคมการทำงานแบบใหม่ และเมื่อเปิดเออีซี
     ด้านนักเรียนสายอาชีพอย่าง ปวช.-ปวส. นั้นความต้องการในตลาดยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักเรียนอาชีวะหันมาเรียนปริญญาตรีทางสายวิศวกรรมศาสตร์มากขึ้น ทำให้มีทั้งความรู้และประสบการณ์ตรง สามารถทำงานได้ทันที

     "แต่หากเด็กเรียนจบปริญญาตรีสายวิศวกรรมศาสตร์จะเสียเปรียบด้านประสบการณ์ เพราะไม่ได้รับการฝึกฝนมาก่อนเหมือนสายอาชีพ เป็นสาเหตุให้แรงงานสายอาชีพของไทยมีความต้องการในตลาดสูง และถือว่าขาดแคลนมาก ซึ่งปัจจุบันค่านิยมเปลี่ยนไป มีความนิยมเรียนปริญญาตรีมากกว่าสายอาชีพ"

CR: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ