หน้าเว็บ

EV ติดบ้าน ควรรู้อะไรบ้าง


        ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า มาแรงมากในปีนี้นะครับ และจำนวนรถยนต์ก็เพิ่มขึ้นเป็น เกือบห้าหมื่นคันแล้วที่จดทะเบียน หรือมากกว่านั้นแล้วก็ไม่ทราบ และคิดว่า เพื่อนๆ ของท่านคงมีคนใช้อีวีกันแล้ว เพราะจริงๆแล้วตอนนี้ราคารถ อีวีถูกกว่ารถ ICE internal combustion engine เสียอีกครับ จากมาตราการสนับสนุนของรัฐด้วย และจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงด้วย


        ทีนี้ การใช้รถ อีวี ก็มาคู่กับการชาร์จ ก็ต้องติดที่ชาร์จ ไม่งั้นก็ไปชาร์จที่ปั้ม บางทีเราก็ได้แถมที่ชาร์จมา ซึ่งตัวที่ชาร์จเนี่ย มันไม่เหมือนกับที่ชาร์จ ไอโฟน ที่ชาร์จโทรศัพท์ ขนาดที่ชาร์จโทรศัพท์ ที่ไม่ได้มาตรฐานใช้แล้วยังไฟไหม้ได้เลยครับ ที่ชาร์จอีวี หรือ EV charger ก็เหมือนกัน  มันต้องมีมาตรฐาน ก็เหมือนกับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ในบ้านนั่นแหละ


ตอนนี้ ทางการไฟฟ้านครหลวง ก็มีมาตรฐานการติดตั้งออกมา ทั้งแบบสถานีและแบบ ติดที่บ้าน ตามรูป 



ข้อมูลจาก : เว็บไซต์การไฟฟ้านครหลวง


หรือแม้มาตรฐานของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็มีนะครับ พวกขึ้นทะเบียนเครื่องชาร์จ ก็เพิ่งแก้มาตรฐานไปเมื่อเดือนกันยายน 2566 นี้เองครับ


ข้อมูลจาก : เว็บไซต์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค


ไปหาดูข้อมูลพวกนี้เพิ่มเติมได้ สำหรับท่านที่เป็นช่าง หรือเป็นวิศวกรนะครับ


สำหรับชาวบ้านอย่างเรา ที่มีคนมาทำ อีวีชาร์เจอร์ ให้ที่บ้าน เราก็ต้องพอมีความรู้เบื้องต้นไว้บ้างก็ดี จะได้ปลอดภัย ครบถ้วน ไม่เสียเงิน หรือเกิดอุบัติเหตุไฟฟ้าครับ ดูดังนี้ครับ


หนึ่ง เราควรตรวจสุขภาพระบบไฟฟ้าในบ้านเราก่อน ว่าดังนี้
    ก.ไฟกี่เฟส หนึ่งหรือสาม
    ข. meter เท่าไหร่ ส่วนใหญ่ใช้ 15/45
    ค. เช็คโหลดไฟในบ้านเราในช่วงเวลาต่างๆ พวกไฟที่เป็นสามเฟส เช็คว่า กระแสไฟเข้าในแต่ละเฟสเข้าพอๆ กันหรือเปล่า เพราะถ้าต่างกันมากจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานมากโดยไม่จำเป็น
    ง.ขนาดสายไฟที่บ้านเราใช้ เพราะสายไฟอีวี ต้องเป็นขนาดเดียวกัน
    ฉ.หลักดิน ขั้นต่อดิน


สอง เมื่อช่างมาติดตั้ง ควรถามเขา หรือขอดูว่า เขามีใบรับรองช่างไฟฟ้าภายในอาคารหรือเปล่า หรือมีวิศวกรไฟฟ้า ระดับภาคี ควบคุมหรือเปล่า

ข้อมูลจาก : เว็บไซต์ บริษัท ปิ่นทองกรุ๊ป แมนเนจเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด


สาม ขอให้เขาส่งแบบติดตั้งและ BOQ มาให้เราด้วย เพราะถึงดูไม่เข้าใจ อย่างน้อย ก็เก็บไว้เผื่อมีเหตุ หรือเอาไว้ให้วิศวกรตรวจสอบความถูกต้องได้

 

กระแสไฟเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นดังนั้น เราต้องปลอดภัยไว้ก่อน เพื่อป้องกันเหตุที่เกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สินของเราได้ครับ






ปี2566 น้ำจะท่วมหรือไม่


ปี2566 น้ำจะท่วมหรือไม่

ตอบคือ ไม่ท่วม กรุงเทพแน่นอน และจะน้ำแล้งมากด้วยในปีหน้า เพราะอะไร 


หนึ่ง ปีนี้ มีเหตุ El nino และจะเกิดขึ้นถึงเดือนมีนาคมปีหน้า ถึงจะเข้าภาวะปกติ


El nino คืออะไร El nin คือภาวะที่ อุณหภูมิน้ำทะเลพื้นผิวที่เส้นศูนย์สูตร ในทะเลแปซิฟิก สูงกว่าค่าเฉลี่ย เกิน 0.5 องศาเซลเซียสเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันนานพอสมควรจนเกิดกระแสลมและกระแสน้ำไหลกลับด้าน

 

ผลก็คือ จะเกิด ภาวะ ฝนน้อย และน้ำ น้อย ในประเทศไทย หรือในทางกลับกัน ถ้าอุณหูมิน้ำทะเลพื้นผิวที่กลางทะเลและทะเลแปซิฟิกตะวันออก ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เกินกว่า 0.5 องศาเซียส เกิดน้ำฝนเยอะและน้ำเยอะในประเทศไทย


ฝนที่ตกในประเทศไทย ปกติเป็นฝนที่เกิดจากลมมรสุมที่เกิดในประเทศอยู่แล้ว ผ่านความชื้นที่พัดมาจากทะเล อันดามัน ผ่านอ่าวไทย และมาตกตามร่องความกดอากาศต่ำ

 

ซึ่งทุกปี ร่องความกดอากาศต่ำจะพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ค่อยๆ ถูกความกดอากาศสูงไล่ลงมาเรื่อยๆ จากเหนือสุด ถึงใต้สุดของประเทศไทย อยู่ในช่วง สิงหาคม ถึงธันวาคม หรือวันแม่และวันพ่อของทุกปี


 

สถานะปีปัจจุบัน ร่องฝนอยู่แถวๆ จังหวัดแพร่ สุโขทัยแล้ว ซึ่งผ่านเขื่อนสิริกิตและเขื่อนภูมิพลมาแล้ว ขณะที่ปริมาณน้ำ ในเขื่อนทั้งสองเขื่อนนั้น มียังไม่ถึงครึ่งของปริมาณกักเก็บน้ำ ที่เก็บได้เมื่อปีก่อน

 

ผลคือคาดการณ์ว่า ปีหน้าทำหน้าปรังได้เพียง สองล้านไร่ จากปีที่แล้วทำได้ สิบล้านไร่

 

ส่วนน้ำที่ท่วมสุโขทัยเป็นน้ำที่เกิดจาก ความไม่มีสภาพเป็นทางน้ำไหลของน้ำยม คือตื้นเขินและไม่มีเขื่อน ก็จะท่วมทุกปี นอกจากจะไปทำเขื่อนหรือทำขุดลอกน้ำยม


ส่วนกทม น้ำไม่ท่วมแน่นอน เพราะปีนี้น้ำแล้ง และปัจจุบัน อัตราน้ำไหล ที่  2000/3500 msl คือยังสามารถรองรับน้ำได้อีกมาก

 

สรุปปีนี้น้ำไม่ท่วมกทม แน่นอน และปีหน้า แล้งแน่นอน  และราคาข้าวก็แพงแน่นอน แต่ปริมาณข้าวก็จะน้อยแน่นอน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : คุณชวลิต จันทรรัตน์ วิศวกรแหล่งน้ำชื่อดัง ประธานกรรมการบริหารทีมกรุ๊ป

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565


 



อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนำมัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ข้อ ๒ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ ข้อ ๓ ในกฎกระทรวงนี้ “ระบบการจัดการด้ำนความปลอดภัย” หมายความว่า ระบบการจัดการที่กำหนดขึ้นเป็นส่วนหนึ่ง ของระบบการจัดการของสถานประกอบกิจการเพื่อนำไปปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งครอบคลุมการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ ข้อ ๔ นายจ้างของสถานประกอบกิจการตามที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ ที่มีลูกจ้าง จำนวนห้าสิบคนขึ้นไป ต้องจัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัย ทั้งนี้ ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่มีลูกจ้างครบจำนวนดังกล่าว ข้อ ๕ ระบบการจัดการด้านความปลอดภัย อย่างน้อยต้องประกอบด้วย

(๑) นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนำมัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

(๒) การจัดการองค์กรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

(๓) แผนงานด้านความปลอดภัย อำชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการ นำไปปฏิบัติ

(๔) การประเมินผลและการทบทวนระบบการจัดการด้านความปลอดภัย

(๕) การปรับปรุงและการพัฒนาระบบกำรจัดกำรด้ำนควำมปลอดภัย


ทำไมต้องบ่มคอนกรีต





โครงสร้างของอาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทยนั้น เรายังนิยมการก่อสร้างโดยใช้โครงสร้างแบบ คอนกรีตเสริมเหล็ก เราจะพบเห็นการเทคอนกรีตได้บ่อยๆ ซึ่งหลังจากที่เทคอนกรีตแล้ว เราก็จะเห็นการเอาน้ำมาฉีด หรือเอากระสอบมาคลุมแล้วเอาน้ำมาพรม เราก็อาจจะสงสัยว่ากระบวนการนี้ทำไปทำไมมันคืออะไร  ซึ่งสามารถอธิบายได้ง่ายๆ ดังนี้คือ

คอนกรีตนั้น เกิดจากหิน และทราย มาผสมรวมกัน โดยมีซีเมนต์เป็นตัวประสาน  ซึ่งกระบวนการแข็งตัวของคอนกรีตนั้น เกิดจากปฎิกิริยาเคมี ของสารประกอบหลายอย่างที่ซับซ้อนและหลายขั้นตอน แต่ถ้าจะทำให้มันง่ายๆ ก็คือ  ซีเมนต์มีองค์ประกอบหลักก็คือ แคลเซียม (Ca)  ซึ่ง แคลเซียมอยู่ในหลายองค์ประกอบ  แต่กระบวนการเคมี สารประกอบของแคลเซียม บวกกับน้ำ ก็จะเกิด ความร้อนขึ้นมา
(แบบเดียวกับ CaO + H2O  --->>  Ca(OH)2 + ความร้อน)

ขุดดิน ทำไมต้องใช้ Sheet pile และค้ำยัน




ในการทำงานก่อสร้างใดๆ ถ้ามีการขุดดินด้วยแล้วนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ คือความแข็งแรงและปลอดภัยของงานขุดดิน ระหว่างงานก่อสร้าง เพราะสภาพของดินในแต่ละพื้นที่ที่ขุดก็ไม่แตกต่างกันไป รวมถึงสภาพพื้นที่และขอบเขตรอบๆ หลุมที่เราขุดนั้น ว่ามีน้ำหนักอะไรที่วางอยู่บ้าง  เพราะน้ำหนักที่วางอยู่รอบๆ นั้น ก็มีผลต่อเสถียรภาพและแรงที่กระทำกับหลุมขุดเช่นกัน รวมถึง สิ่งปลูกสร้างที่อยู่รอบๆ ก็อาจได้รับความเสียหายจากการขุดดินที่เกิดจากงานก่อสร้างเช่นกัน