หน้าเว็บ

คิดจะ “สร้างบ้าน” หน้าฝน ต้องสนใจอะไรบ้าง


สำหรับเราอาจจะชอบฤดูฝนเพราะอากาศเย็นสบาย แต่ถ้าเป็นเรื่องการสร้างบ้านในหน้าฝนล่ะ อาจไม่ได้หมูหรือชิลอย่างที่เราคิดก็ได้ ลองมาดูกันไหมว่าถ้าเราต้องสร้างบ้านหน้าฝนมีเรื่องอะไรที่เราต้องคิดและคำนึงถึงบ้าง

1. ส่วนที่อยู่ใต้ดิน : ฝนตก น้ำจะไปไหน ก็ไหลลงดินไปนั่นเอง น้ำพวกนี้จะส่งผลกระทบต่องานก่อสร้างที่อยู่ใต้ดิน เช่น งานทำฐานราก หรือถังเก็บน้ำใต้ดิน

  • ฐานราก ขณะก่อสร้างช่วงฝนตกจะมีน้ำขังก็ต้องสูบน้ำออกไปทิ้ง การขุดดินเพื่อทำฐานรากก็ต้องเผื่อความกว้างไว้รอบตัวอย่างน้อย 50 เซนติเมตร และต้องทำบ่อซับไว้ด้วย เพื่อรองรับน้ำฝนที่ไหลมาจากฐานราก แล้วจึงใช้เครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำออกไป

  • ถังเก็บน้ำใต้ดิน เมื่อฝนตกหนักมากมีโอกาสที่จะทำให้ดินที่ขุดไว้พังทลายได้ เราต้องป้องกันเสียแต่เนิ่น ๆ เช่น ถ้าต้องขุดดินที่มีระดับความลึกมากกว่า 2 เมตรขึ้นไป ต้องมีการลงแผงเหล็กกันดินเพื่อป้องกันดินถล่มด้วย

2. ส่วนที่อยู่รอบๆ ไซต์งาน : ไม่ใช่แค่เรื่องสกปรกเท่านั้น แต่รวมถึงความยากลำบากในการขนส่ง การระบายน้ำ ซึ่งมีผลต่อการทำงานด้วย

   • การถมดิน ช่วงฤดูฝนมีปัญหาแน่นอนเพราะขนส่งได้ลำบาก เช่น รถติดหล่มมีผลทำให้งานก่อสร้างล่าช้า ฯลฯ

   • ถนนสกปรก รถบรรทุกดินหรือรถขนวัสดุก่อสร้างก่อนที่จะออกไปจากไซต์งานจะต้องล้างสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ติดมากับล้อรถออกให้หมดฉะนั้นจึงควรเตรียมสถานที่ไว้สำหรับล้างรถโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้น้ำเจิ่งนอง

   • การระบายน้ำ เตรียมระบบระบายน้ำให้ดีเพื่อป้องกันการอุดตัน เช่น ต้องปิดฝาท่อระบายน้ำเพื่อไม่ให้เศษวัสดุก่อสร้างตกลงไป แต่ถ้าเกิดการอุดตันขึ้นจริง ๆ ต้องเตรียมคนงานมาช่วยจัดการลอกท่อ

3. ความปลอดภัยจากไฟฟ้า :

   • คัตเอาต์หรือแผงสวิตช์ไฟ ที่ใช้ในงานก่อสร้างต้องอยู่ในบริเวณที่ฝนสาดไม่ถึง หรือมีอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันฝนสาด


   • สายไฟ ห้ามอยู่ติดกับพื้นดิน ควรมีเสาสูงมารองรับสายไฟ เพื่อช่วยป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า

4. การจัดเก็บวัสดุ :

   • ปูน ห้ามโดนน้ำเด็ดขาด! ควรมีห้องเก็บที่ไม่เปียกฝน และมีการยกพื้นให้สูงขึ้นรอบตัวอีกอย่างน้อย 20 เซนติเมตร หรือเลือกใช้บริการคอนกรีตผสมเสร็จจากรถโม่

   • หิน มีน้ำหนักมาก ไม่ต้องห่วง เพราะไม่ไหลไปกับน้ำง่าย ๆ

   • ทราย อาจมีการไหลบ้าง ถ้ามีพื้นที่กว้างก็ไม่ต้องกังวลจนเกินเหตุ แม้ทรายจะจมไปกับพื้นก็โกยขึ้นมาใช้ใหม่ได้ แต่อย่าให้ไหลไปปนกับดิน! ส่วนกรณีพื้นที่แคบ ต้องตีบล็อกกันเพื่อไม่ให้ไหลไปกับน้ำ

5. งานทาสี :

   • สีน้ำพลาสติก ให้ดูวันที่แดดดี ๆ เพราะทาประมาณครึ่งวันก็แห้งแล้ว

   • สีเคลือบเงา ถ้าอากาศไม่ดีก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะงานที่ได้ออกมาจะไม่ประณีต ต้องเสียเวลาแก้ไข

6. ราคาค่าก่อสร้าง :

   • มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นบ้าง เพราะผู้รับเหมาทำงานได้ลำบากในช่วงนี้โดยเฉพาะการทำฐานราก เนื่องจากต้องเตรียมเครื่องมือและคนงานให้พร้อมเพื่อรับมือกับฝน.

กันซึม ใช้ให้ถูก ..... ชีวิตไม่มีซึม



 

หนึ่งปัญหาหนักใจของคนมีบ้านที่ต้องเจอ คือปัญหาของน้ำรั่ว น้ำซึม จากผนังด้านนอกหรือจากพื้นห้องน้ำ ซึ่งสาเหตุที่ก่อให้เกิดการรั่วซึม มักเกิดจากรอยต่อของโครงสร้างคอนกรีต ที่ต้องเททีละส่วน เช่น พื้นดาดฟ้า บ่อเก็บน้ำ หรือสระน้ำขนาดใหญ่ , ตัววัสดุมุง เช่น การแตกร้าว เกิดรูรั่ว จากความเสื่อมสภาพของวัสดุมุง หรืออุปกรณ์ประกอบ เช่น แผ่นยาง น๊อต-ข้อต่อหลุด หรือการกระทบกระเทือนจากของแข็ง การขาดความรู้ในการก่อสร้าง และเลือกใช้วัสดุกันซึม หรือการใช้วัสดุที่ไม่มีคุณภาพ

รู้จักกับระบบอินเวอร์เตอร์




เครื่องปรับอากาศนับว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดอันดับต้นๆ เลย และเมื่อเราไปซื้อแอร์ก็มักจะได้ยินพนักงานขายแนะนำ "เลือกเป็นเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์มั้ยพี่ ถึงราคาแพงกว่าแต่มันก็ประหยัดกว่านะ !!!" แต่หลายคนก็ยังไม่ทราบว่าระบบอินเวอร์เตอร์แท้จริงแล้วคืออะไร วันนี้ช่างมันส์ เราจะมาไขข้อข้องใจกันว่าแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์คืออะไร ทำงานยังไง และมันช่วยทำให้เราประหยัดไฟได้จริงรึเปล่า?

ตรวจสอบก่อนซื้อบ้านและที่ดินจัดสรร


 


หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังคิดจะซื้อบ้านหรือที่ดินจัดสรร ก่อนที่จะลงมือตัดสินใจจองหรือทำสัญญานั้น เราในฐานะผู้ซื้อย่อมต้องมีการตรวจสอบบ้านและที่ดินจัดสรรให้ดีก่อน แต่รายละเอียดนั้นจะเป็นอย่างไรติดตามได้ดังนี้

1. ตรวจสอบโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ที่นำมาโฆษณาการจัดสรรที่ดินว่าผู้ประกอบการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิครอบครองในที่ดินขณะนั้นหรือไม่ และตรวจสอบด้วยว่าที่ดินนั้นตกอยู่ภายใต้บุรัมสิทธิใดๆที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเดือดร้อนแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรหรือเปล่า

2. ผู้จัดสรรที่ดินได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดิน หรือใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินจากทางราชการแล้วหรือไม่ โดยที่ดินที่อยู่ในกรุงเทพฯสามารถตรวจสอบได้จากสำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครสาขาซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่

3. การจัดทำสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะต่างๆในบริเวณที่ดินจัดสรร ได้มีครบถูกต้องตามที่โฆษณาไว้หรือไม่ และถูกต้องตามผังโครงการและวิธีการจัดสรรที่ดินที่ได้รับอนุญาติหรือเปล่า

 


4. และเมื่อภายในที่ดินจัดสรรนั้นได้มีสาธารณูปโภคครบถ้วนถูกต้องแล้ว ให้เช็คด้วยว่าเงื่อนไขและระยะเวลาในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคนั้นตรงตามที่ลงโฆษณาไว้หรือเปล่า แต่ถ้าที่ดินจัดสรรนั้นยังไม่มีการทำสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ ให้เช็คว่าโครงการนั้นมีการจัดเตรียมพื้นที่ไว้เพื่อทำสาธารณูปโภคหรือไม่

5. ถ้าโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่นำมาทำการจัดสรรที่ดินมีบุริมสิทธิในมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ หรือมีภาระการจำนองติดอยู่ เมื่อออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินที่แบ่งเป็นแปลงย่อยแล้ว ให้ขอตรวจสอบในสารบัญจดทะเบียนฉบับที่จะซื้อจากผู้จัดสรรหรือสำนักงานที่ดินที่โครงการจัดสรรนั้นตั้งอยู่ว่า มีการระบุจำนวนเงินที่ผู้ทรงบุริมสิทธิหรือผู้รับจำนองจะได้รับชำระหนี้นั้นตรงกับจำนวนที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการหรือเปล่า

 


ถ้าลงมือตรวจสอบมาทั้งหมดนี้แล้วยังมีข้อสงสัยอะไรสามารถติดต่อไปได้เลยนะที่สำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โทร. 0-2141-5809-10 หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดที่โครงการจัดสรรนั้นๆ ตั้งอยู่

ขอบคุณข้อมูลจาก : Home.co.th

สลิปฟอร์ม (SLIPFORM) เทคโนโลยีการก่อสร้างผนังคอนกรีตรับแรงแนวดิ่ง





Slip Form  เป็นระบบการเลื่อนคอนกรีตชนิดหนึ่งที่ใช้แบบเหล็กเป็นแบบหล่อคอนกรีตและสามารถเลื่อนตัวขึ้นไปในแนวดิ่งได้ เช่น ใช้สำหรับก่อสร้างช่องลิป หอถังสูง ถังน้ำใส ไซโล อาคารสูง ฯลฯ หลังจากคอนกรีตเริ่ม Set ตัว โดยใช้ Hydraulic Tack เป็นตัวขับดันขึ้นไปเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการเทคอนกรีตและผูกเหล็กเสริมไปพร้อมกัน ในอัตราความเร็ว 30 cm/hr โดยประมาณ slipform สามารถช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากใช้แรงงานไม่มากเหมือนกับการก่อสร้างวิธีเข้าแบบผูกเหล็กปกติ และยังช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างได้เป็นอย่างดี

ส่วนประกอบของแบบหล่อคอนกรีตชนิดแบบเลื่อน (Slip Form) แนวดิ่ง
ชิ้นส่วนประกอบด้วย : แผ่นผิว, คานรองรับ, โครงยก, ชานชาลาทํางาน, นั่งร้านแขวน และระบบแจ็ค (หรือไฮโดรลิค) ซึ่งมีหน้าที่หลักแต่ละชิ้นส่วน ดังรายละเอียดต่อไปนี้