สินเชื่อเพื่อการเคหะนั้น เป็นสินเชื่อประเภทที่สถาบันการเงินจะปล่อยกู้ระยะที่ยาวนานกว่าสินเชื่อประเภทอื่น และก็มักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ไม่สูง เมื่อเทียบกับสินเชื่อประเภทอื่นครับ และโดยมาก สินเชื่อเพื่อการเคหะนั้น ก็มักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำๆ ในปีแรกๆ เพื่อลดภาระของเจ้าของบ้านผู้กู้ยืมเงินสินเชื่อ
วันนี้ ช่างมันส์บล็อค จะตอบคำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับการกู้สินเชื่อเพื่อการเคหะเหล่านี้ และเคล็ดไม่ลับในการเตรียมตัวเพื่อขอสินเชื่อครับ
ข้อแรก การขอสินเชื่อนั้น สถาบันการเงินมักอยากให้กู้เท่าที่กู้ได้ และโดยมากก็เลยมักจะได้เงินกู้มามากกว่า เงินที่จำเป็นต้องใช้ในการซื้อบ้าน คอนโดเสียอีก จริงๆ แล้วเงินกู้ที่ได้มานั้น มีต้นทุนทางดอกเบี้ยครับ เราควรกู้เท่าที่จำเป็น ซึ่งวงเงินกู้ที่จะได้ปัจจุบันนี้ดูเหมือนจะเพิ่มจากเมื่อก่อนแล้ว วงเงินกู้ที่ได้กันตอนนี้วงเงินสูงสุดอยู่ที่ราว 55-60 เท่าของเงินเดือน ทั้งนี้ขึ้นกับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่เราทำงานอยู่ และอายุงานของเราด้วย
ข้อสอง ธนาคารจะอนุมัติ เงินกู้หรือไม่ อนุมัติเท่าใดนั้น ก็จะดูจากความสามารถในการใช้คืนหนี้ ดังนั้นถ้ามีหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หรือหนี้อื่นๆ อยู่นั้น ก็จะทำให้การอนุมัติเงินกู้สินเชื่อบ้านนั้น ทำได้ยากขึ้น และโดยเฉพาะเมื่อธนาคารหรือสถาบันการเงินไปตรวจดูที่เครดิตบูโร และพบว่ามีสถาบันการเงินหลายสถาบันมาขอตรวจข้อมูลเครดิตบูโร ของเราไปก่อนหน้านี้ มันอาจแสดงว่า เรากำลังร้อนเงิน ซึ่งบ่งชี้ถึงการอาจจะไม่มีความสามารถในการชำระเงินกู้นั่นเอง
ข้อสาม ควรมีเงินเก็บ ที่ใช้เป็นหลักฐานในการยื่นขอเงินกู้จากธนาคาร เป็นวงเงินประมาณ 5-10% ของ มูลค่าสินทรัพย์ที่เรากำลังจะขอกู้เงินซื้อ เงินเก็บนั้นจะอยู่ในรูปแบบของเงินฝาก ก็ได้ หรือในรูปแบบของเงินเก็บในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ของบริษัทฯ ก็ใช้ได้เช่นกัน
ข้อสี่ หากไม่มีรายได้ประจำจากเงินเดือน ก็ยังสามารถกู้ได้โดยใช้หลักฐาน จากการเดินบัญชีธนาคารของเรา ซึ่งไม่ควรไปปั่นรายได้ ในช่วงที่จะกู้เงิน เพราะสถาบันการเงินสามารถทราบได้อยู่ดี หลักฐานการยื่นเสียภาษี ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นขอเงินกู้ได้เช่นกัน เพราะแสดงถึงการมีรายได้
ข้อห้า ระยะเวลาที่จะให้กู้ ตอนนี้สถาบันการเงิน ก็ให้กู้กันที่ 25-30 ปี กันแล้ว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับอายุของผู้กู้ด้วย ซึ่งโดยมากจะคิดว่าผู้กู้จะมีอายุไม่เกิน 70 ปี เช่นถ้า อายุ 50 ปี ณ ตอนที่ขอสินเชื่อก็อาจ ได้ระยะเวลากู้ 20 ปี เป็นต้น ทั้งนี้ก็ขึ้นกับสถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อ
และธนาคารมักจะให้เราทำประกันชีวิตไว้ด้วยกับวงเงินกู้นั้น โดยนับเอาเบี้ยประกันชีวิตไปรวมกับยอดเงินที่กู้ ซึ่งอันนี้ที่จริงแล้วดีกับผู้กู้ เพราะว่าหากเสียชีวิตในระหว่างที่ยังมีภาระหนี้อยู่ ทางประกันก็จะจ่ายยอดหนี้ที่เหลือให้ ทำให้สินทรัพย์ตกเป็นทรัพย์มรดก และไม่เป็นภาระกับลูกหลานครับ
![]() |
| สี่กฎเหล็กเรื่องการกู้สินเชื่อ เพื่อการเคหะ |
เมื่อได้สินเชื่อมาแล้ว ก็จะเข้าถึงช่วงของการต้องผ่อนชำระแล้ว ในการผ่อนชำระนั้น โดยมากผู้ผ่อนชำระมักจะผ่อนชำระหมดก่อนระยะเวลาที่สถาบันการเงินกำหนดไว้ เพราะว่ามีคิดเผื่อไว้อยู่แล้ว และผู้ผ่อนชำระก็มักจะผ่อนเกิน ยอด เพื่อที่จะได้สามารถปิดยอดหนี้ค้างชำระได้เร็ว ื มีข้อควรรู้ดังนี้คือ
ในช่วงแรก ดอกเบี้ยมักจะต่ำกว่าช่วงการผ่อนชำระช่วงหลัง ดังนั้นถ้าสามารถทำได้ก็ให้ชำระให้เร็วก็ย่อมดีกว่า แต่ทางสถาบันการเงิน ก็มักจะมีค่า penalty fee คือคิดดอกเบี้ยเพิ่มหากเราคืนเงินกู้ทั้งหมดก่อนสามปี เพราะป้องกันการรีไฟแนนซ์ของผู้กู้นั่นเองครับ





