หน้าเว็บ

สรุปรวบรวม เหตุการณ์สะพาน Francis ถล่ม


สรุปรวบรวม เหตุการณ์สะพาน Francis ถล่ม
ที่ Baltimore Maryland USA (Francis Scott Key Bridge)



 สาเหตุเกิดจาก

  1. สะพานถูกสร้างมานาน และเรือบรรทุกสินค้ามีขนาดใหญ่กว่าเดิม ซึ่งเรือที่เข้าชนสะพานคือเรือบรรทุกสินค้า Deli ยาว 984 ฟุต และมีน้ำหนัก 95,000 ตัน
  2. ฐานเสาหลักของสะพานไม่มีการป้องกันสะพานถูกสร้างในปี 1977 ช่วงที่ยาวที่สุดคือ 1200 ฟุต (366 เมตร) ไม่มีเสริมการป้องกันบริเวณฐานรากและช่วงเสาของสะพาน
  3. เรือเกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้องทำให้ไม่สามารถบังคับเรือได้ ซึ่งความเร็วที่เรือชนสะพานคือประมาณ 8-9 knots ถือว่าเร็วมากสำหรับเรือบรรทุกสินค้า


เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
ที่สะพาน Sunshine Skyway Bridge รัฐ Florida USA
 

 

ในปี 1980 เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ชื่อ MV Summit Venture ประสบอุบัติเหตุชนเข้ากับเสาหลักกลางสะพาน Sunshine Skyway Bridge สาเหตุเกิดจากพายุรุนแรงที่โถมเข้าใส่ ทำให้เรือเสียการควบคุมแรงกระแทกทำให้ช่วงสะพานฝั่งใต้ยาวกว่า 1,200 ฟุต (370 เมตร) พังทลายลงสู่ทะเลเบื้องล่าง รถยนต์ 6 คัน รถบรรทุก 1 คัน และรถโดยสาร Greyhound Bus 1 คัน ตกลงไปในอ่าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 35 คน

 

หลังจากนั้นอีก 7 ปี สะพาน sunshine bridged ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ โดยมีแนวคิดที่ว่าให้เรือขนาดใหญ่ ผ่านเข้าออกได้ง่าย และลดความเสี่ยงที่เรือจะพุ่งชนสะพานจนเกิดความเสียหายรุนแรง 

 

สะพานถูกสร้างใหม่ ด้วยความยาว 4.1 ไมล์ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Bob Graham Sunshine Skyway Bridge” เป็นสะพานแขวน Span ยาว 1,000 ฟุต  

 

เสริมเกาะหินที่ลึกลงไปถึงท้องน้ำ เป็นแนวป้องกันบริเวณฐานของเสาสะพานและมีการเสริมเหล็กที่เสาหลักด้านล่าง รวมถึงเสาหินอีก 36 เสาเป็น Barriers  



 

Bob Graham ผู้ออกแบบสะพาน มั่นใจว่าสะพานสามารถรับแรงชนจากเรือ 87,000 ตัน ที่วิ่งด้วยความเร็ว 10 Knots มาชนได้โดยไม่พัง


|

คาดการณ์ว่า

ต่อจากนี้ การออกแบบสะพานจะต้องมีมาตรฐานใหม่

รวมถึงการตรวจสอบสะพานเก่า

ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา

|

การครอบครองปรปักษ์


บทความโดย ดร.พงศ์ธร ธาราไชย


วันนี้ จะมาพูดถึงเรื่องการครอบครองปรปักษ์ จากกรณีที่เป็นข่าวครับ


    แนวคิดของการครอบครองปรปักษ์นั้น เป็นกฎหมายที่มาจากแนวคิดสากลเรื่อง Adverse Possession ที่ของไทยแปลว่า การครอบครองปรปักษ์ โดยหลักการครอบครองปรปักษ์ แบบสากล


    โดยอาศัยหลักคิดว่า ทรัพย์สินควรถูกใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่ปล่อยว่างไว้เฉยๆ เผื่อเจ้าของเก่าตายไปแล้ว หรือไม่เอาแล้ว ทรัพย์สินนั้นก็ยังใช้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้





โดยต้องมีองค์ประกอบดังนี้คือ

หนึ่ง    ครอบครองจริงๆ  ( Actual  Possession )

สอง    ครอบครองโดยละเมิดสิทธิ ของเจ้าของจริงๆ  ( Hostile Possession )

สาม    เปิดเผยและฉาวโฉ่  แบบว่า เจ้าของจริง ก็น่าจะรู้ได้ แต่ไม่มาเอาคืนสักที ไม่ได้แอบครอบครอง ( Open and Notorious )

สี่    ครอบครองอยู่คนเดียว ไม่ได้แบ่งๆ กันครอบครอง ( Exclusive )

ห้า    ครอบครองอย่างต่อเนื่อง ( Continuous )


    นอกจากนั้น ต้องมีเจตนาประกอบด้วย คือ คิดดีหรือคิดเลว คือไปครอบครองโดยไม่รู้ว่ามีเจ้าของ ไม่ได้ตั้งใจจะยึด หรือตั้งใจจะไปเอาของเขาด้วยการครอบครองปรปักษ์ ( Good Faith or Bad Faith ) จ่ายภาษี ที่ดิน อสังหาหรือเปล่า  เป็นของคนอื่นแต่ไปจ่ายภาษีให้ ( Paying Taxes )


    กฎหมายไทย มีอยู่ในประมวลแพ่งพาณิชย์ มาตรา 1382 “ บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยสุจริต โดยความสงบและโดย เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็น สังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์ ”


    หลักกฎหมายไทยก็เหมือนของสากล ข้อสังเกตุ คือ เจ้าของเดิมสามารถ ฟ้องเอาคืนได้ ภายในหนึ่งปี หลังจากทราบเหตุ ตามมาตรา 1375


    มาตรา ๑๓๗๕ ถ้าผู้ครอบครองถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายไซร้ ท่านว่าผู้ครอบครองมีสิทธิจะได้คืนซึ่งการครอบครอง เว้นแต่อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเหนือทรัพย์สินดีกว่าซึ่งจะเป็นเหตุให้เรียกคืนจากผู้ครอบครองได้ การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้น ท่านว่าต้องฟ้องภายในปีหนึ่งนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง


ดังการครอบครองปรปักษ์ไม่สามารถทำกันได้ง่ายครับ อย่าไปหวังครอบครองของที่ไม่ใช่ของตัวเองครับ

การเก็บภาษีสรรพสามิต รถยนต์ตามอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์


บทความโดย ดร.พงศ์ธร ธาราไชย

 

 

   การเก็บภาษีสรรพสามิต รถยนต์ตั้งอยู่บนความคิดสองอย่าง ก็คือ การรักษาความสามารถในการแข่งขันทางด้านการผลิตรถยนต์ของไทย เราสนับสนุนการผลิตรถยนต์อะไร ก็จะเก็บภาษีรถยนต์นั้นต่ำกว่า และสอง การเก็บภาษีให้สอดคล้องกับ trend ของโลกและหลักสากล อย่างเช่นตอนนี้มีเรื่องของการลดคาร์บอน ลดโลกร้อน ประเทศต่างๆเขาเก็บภาษีการปล่อยคาร์บอน ประเทศไทยก็ต้องปรับตัวตาม

 

   โดยแต่เดิมสรรพสามิต ได้มีการเก็บภาษีรถยนต์ตามความฟุ่มเฟือยของมัน หรือตามอัตราความใหญ่ของกระบอกสูบ จนเมื่อธันวาคม 2555 คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับหลักการการเก็บภาษีรถยนต์ตามอัตราการปล่อย Co2 แทนการเก็บตามกระบอกสูบ เพื่อสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงและปล่อยคาร์บอนต่ำ และเริ่มเก็บภาษีโดยนำอัตราการปล่อยคาร์บอนมาคิด ตั้งแต่ราวปี 2559

 

   ซึ่งหลังจากที่ไทยมีแผนการเป็นฐานการผลิตรถยนต์ EV จึงได้มีการเปลี่ยนอัตราการเก็บภาษีสรรพสามิตอีกครั้งหนึ่ง โดยโครงสร้างภาษีจะแบ่งตามประเภทการใช้พลังงานของรถยนต์ ได้แก่ รถยนต์สันดาบภายใน รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ plug in hybrid รถยนต์ EV รถยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิงเช่น ไฮโดรเจน

 

   โดยจะมีการเก็บภาษีแบบขั้นบันได เริ่มตั้งแต่ปี 2569 ไปจนถึงปี 2573 (คศ. 2030) ที่ประเทศไทยมีแผนจะลดคาร์บอนให้ได้ 40% โดยขณะนี้สรรพสามิตกำลังศึกษาแนวทางในการจัดเก็บภาษีคาร์บอนรถยนต์ โดยรถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนสูงก็จะถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น ตัวอย่างเช่น

 

รถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนมากกว่า 200 กรัมต่อกิโลเมตร จะถูกเก็บภาษีในอัตรา 35% ในปี 2569 และ 38% ในปี 2573

 

 

รถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอน 151-200 กรัมต่อกิโลเมตร จะถูกเก็บภาษี 30% ในปี 2569 และ 33% ในปี 2573

 

 

รถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอน 121-150 กรัมต่อกิโลเมตร จะถูกเก็บภาษี 25% ในปี 2569 และ 29% ในปี 2573

 

 

รถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอน 101-120 กรัมต่อกิโลเมตร จะเก็บภาษีในอัตรา 22% ในปี 2569 และ 26% ในปี 2573

 

 

รถยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนน้อยกว่า 100 กรัมต่อกิโลเมตร จะเก็บภาษีในอัตรา 13% ในปี 2569 และ 15% ในปี 2573 เป็นต้น

 

 

หลักเบื้องต้น สำหรับแนวคิดเรื่อง การทดสอบวัสดุที่ใช้ในอาคารสำหรับปฎิกิริยาต่อไฟ (Fire Testing 101)


บทความโดย ดร.พงศ์ธร ธาราไชย

 

 

    เมื่อพูดถึงการทดสอบวัสดุที่ใช้ในอาคารต่อปฎิกิริยาที่มีต่อไฟแล้ว ปกติเรามักจะนึกถึง การทดสอบประตูทนไฟสำหรับบันใดหนีไฟ มันเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุด เพราะในกฎหมายควบคุมอาคารนั้นแม้จะไม่ระบุเวลาการทนไฟของประตูโดยตรงแต่ก็ระบุ ประเภทของประตูและเกณฑ์การทดสอบประตูเอาไว้ในมาตรฐาน มอก. ซึ่งเวลาเราตรวจรับวัสดุ รับประตูกันไฟเราก็จะรับดูจากเอกสารประกอบนี้ ว่าได้ตามมาตรฐานนี้หรือไม่ แต่หากเป็นวัสดุอย่างอื่นที่ พระราชบัญญัติควบคุมอาคารไม่ได้ระบุไว้ว่าให้ใช้มาตรฐานอะไร สถาปนิกหรือวิศวกรที่เกี่ยวข้องก็จะระบุว่าให้ไปทดสอบที่ไหนให้ผ่าน มาตรฐานของอะไร และทดสอบด้วยวิธีใด 

 

    ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว มีกฎหมายฉบับใหม่ ในเรื่องเกี่ยวกับการทดสอบนี้ ก็คือ การกำหนดวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารประเภทควบคุมการใช้ พ.ศ. 2566 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 และมีผล 180 วันหลังจากประกาศ นั่นคือ ประมาณเดือนมีนาคม 2567 นี้ 

 

    ซึ่งเรื่องสำคัญของกฎหมายนี้ คือการกำหนดมาตรฐานวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารประเภทควบคุมการใช้ ไว้ในภาคผนวก หนึ่ง ถึงสิบ ดังนี้

 

ภาคผนวก 1: วัสดุที่ใช้ในโครงสร้างอาคาร 

ภาคผนวก 2: วัสดุที่ใช้ในระบบไฟฟ้า 

ภาคผนวก 3: วัสดุที่ใช้ในระบบประปา 

ภาคผนวก 4: วัสดุที่ใช้ในระบบสุขาภิบาล 

ภาคผนวก 5: วัสดุที่ใช้ในระบบป้องกันอัคคีภัย 

ภาคผนวก 6: วัสดุที่ใช้ในระบบปรับอากาศ 

ภาคผนวก 7: วัสดุที่ใช้ในระบบกันเสียง 

ภาคผนวก 8: วัสดุที่ใช้ในระบบกันความร้อน 

ภาคผนวก 9: วัสดุที่ใช้ในระบบกันซึม 

ภาคผนวก 10: วัสดุที่ใช้ในระบบตกแต่ง

 

    ซึ่งในตรงนี้แหละครับ จะพูดถึง ดรรชนีการลามไฟ ดัชนีการกระจายควัน หรือการทนไฟ ตามมาตรฐานต่างๆ แล้ว คำศัพท์พวกนี้คืออะไร?

 

    ในการจะเข้าใจหลักพวกนี้ได้ต้องเข้าใจเรื่องพื่นฐานของวัสดุที่โดนไฟไหม้ และเรื่องสิ่งที่จะเกิดต่อมาจากการไฟไหม้ก่อน โดยการพัฒนาของไฟนั้น จะแบ่งเป็น สี่ stage ดังนี้

 

หนึ่ง Incipient stage คือช่วงเริ่มต้น เกิดไฟจุดเล็กๆ หรือมีแต่ควัน 

สอง Growth stage ไฟเริ่มลุกลามจากวัสดุติดไฟเริ่มเกิดควันไฟ เปลวไฟและความร้อน 

สาม fully develop ไฟไหม้ความรุนแรงสูงสุดทั้งความร้อน และควัน ไฟเผาไหม้วัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงทั้งหมด 

สี่ Decay ไฟดับ เพราะเผาเชื้อเพลิงไปหมด หรือไม่มีออกซิเจนแล้ว 

 

    ซึ่งในการทดสอบนั้น เลยแบ่งการทดสอบเป็นสองประเภทหลัก กล่าวคือ 

หนึ่ง ปฎิกริยาของวัสดุต่อไฟ ว่าด้วยการติดไฟ การเกิดประกาย การลามไฟ การมีควัน การส่งถ่ายความร้อน 

สอง คือ ความทนไฟ ว่าด้วยความทนไฟว่าทนได้นานแค่ไหน 

 

ในส่วนของวัสดุเอง ก็มี วัสดุสองประเภทหลัก คือวัสดุที่ไม่ติดไฟ (non-combustible material ) กับวัสดุติดไฟ (Limit-combustible material) 

 

    ซึ่งหากต้องการให้ทดสอบวัสดุเหล่านี้ ก็สามารถอ้างอิงตามตารางที่สรุปไว้ด้านล่างนี้ครับ ตารางแสดงความรุนแรงของความติดไฟของวัสดุ จากไม่ติดไฟ ไปจนถึงติดไฟมาก จากบนลงล่างตามลำดับ และจากไม่เกิดควัน ไปจนถึงเกิดควันมาก ตามลำดับบนลงล่าง 

 

นวัตกรรมของการทำผน้งด้วยอิฐมวลเบา


บทความโดย ดร.พงศ์ธร ธาราไชย

 


ข้อดี ไม่มีรอย crack  ทำงานได้เร็ว และไซด์งานสะอาดกว่าระบบเดิม 

 

    ปัญหาของการทำผนังก็คือรอยร้าวของผนัง ซึ่งสาเหตุของรอยร้าวเกิดจากการฉาบที่หนา โดยปกติเมื่อเอาอิฐมาก่อเป็นผนังแล้ว เราก็จะเอาปูนที่เรียกว่ามอร์ต้ามาฉาบ ซึ่งการฉาบนี้ก็จะมีความหนาประมาณ 1 - 1.5 ซ.ม. ซึ่งด้วยความหนาของผิวฉาบเมื่อผนังเกิดการเคลื่อนตัว ก็ทำให้เกิดการแตกร้าวของผิว  

 

นอกจากนั้นในกระบวนการฉาบผิวนั้นจะต้องเอาน้ำมาบ่มคอนกรีตให้เกิดกำลัง ในการใช้น้ำบ่มคอนกรีตนี้เองทำให้เกิดสองปัญหาก็คือ  

 

  1. น้ำทำให้พื้นที่ทำงานเปียก ดูไม่สวยงาม สะอาด
  2. พื้นทำงานเปียกทำให้ไม่สามารถทำงานขั้นตอนต่อไปได้ เสียเวลา

 

    ซึ่งตอนนี้เรามีนวัตกรรมใหม่มาใช้ของ imesh (ที่ใช้ที่หน่วยงานก่อสร้างโรงพยาบาลจักษุ inz ของ PPS ด้วย) ทำให้ลดปัญหาข้างต้นไป และไม่ได้แพงกว่าวิธีเดิมมากเท่าที่คิด เพราะมีการลดเวลาการก่อสร้าง และลดปัญหาการแก้งานซึ่งทั้งสองอย่างเป็นค่าใช้จ่าย 

 

    imesh จะใช้อิฐมวลเบาก้อนใหญ่พิเศษ และเสริมแรงด้วยตาข่ายใยแก้ว ซึ่งเท่ากับเพิมวัสดุในการรับแรงดึงเข้าไปที่ผิวด้านนอกของผนัง แล้วก็ทำการฉาบด้วยมอร์ต้าแบบ flexible สูง ที่ออกแบบมาให้ใช้กับตาข่ายใยแก้ว ส่วนการฉาบนั้น ก็ทำการฉาบด้วยความหนาของมอร์ต้าแค่ 0.05 ซ.ม. เท่านั้น และเป็นการทำงานแบบแห้ง คือไม่ต้องมีการบ่มน้ำ

 

    จึงทำให้การทำงาน ทำได้เร็วเพราะสามารถทำขั้นตอนต่อไปได้เลย ไซด์งานสะอาด และลดปัญหางานแก้ไขในระหว่างการก่อสร้าง และได้ผิวผนังที่สวยงามหลังการก่อสร้าง และไม่มีปัญหาการแตกร้าวของผนังครับ

 

อัพเดทความเสี่ยงอัคคีภัย


        เรื่องอัคคีภัยดูเหมือนจะเป็นเรื่องเก่า ที่ทุกคนก็ดูเหมือนจะเข้าใจกันว่ารู้อยู่แล้ว ทำแล้ว แต่ความเป็นจริงดูเหมือนจะยังไม่รู้และยังไม่ได้ทำนะครับ เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยมันเกิดอยู่เสมอและเกิดเร็ว บางอย่างเหตุเก่าๆ เคยเกิดอยู่เกิดแล้ว ก็ยังไม่เรียนรู้ ยังเกิดซ้ำกันอยู่เลยครับ  ดูอย่างที่ เหตุจุดพลุ ในสถานบันเทิง ซานติก้าที่เกิดเหตุคนตายมีคนตายกว่าหกสิบคน เมื่อสิบห้าปีที่แล้วก็ยังมีคลิปวีดีโอที่เกิดเหตุไฟไหม้เพราะจุดพลุ ในสถานที่ปิดอยู่เหมือนเดิมครับ


ความเสี่ยงใหม่ที่เกิดจากอัคคีภัยมันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงไปของสี่สิ่งนี้ครับ


หนึ่ง จากสังคมผู้สูงอายุ ทำให้มีผู้สูงอายุอาศัยในคอนโดมิเนียม และอาคารสูงเพิ่มขึ้น ในขณะที่การออกแบบทางหนีไฟ ออกแบบไว้สำหรับลำเลียงคนหนีภัยที่เป็นคนทั่วๆไป


smoke detector อุปกรณ์ถังดับเพลิง และอื่นๆ ไว้ป้องกันเหตุ  สิ่งที่คนมักลืมคิดไปคือว่า ถ้าห้องเราเป็นต้นเพลิง เรามีความผิดตามกฎหมายอาญานะครับ จะโดนฟ้องได้ทั้งแพ่งและอาญา ตามมาตรา 220 ของกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีและโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทครับ


สอง ลักษณะการใช้อาคาร ก็ไม่เหมือนเดิม จากการที่คนค้าขายกันออนไลน์ ก็เกิดเป็น เทรน ในการเก็บของไว้ที่ห้อง หรือทำอาหารส่งกันที่ห้อง ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นต้นเพลิงของเจ้าของห้องเหล่านั้นเพิ่มขึ้น เจ้าของห้องเหล่านี้ต้องมีความเข้าใจเรื่องความเสี่ยงจากอัคคีภัยเพิ่มด้วย เขาจะได้จัด


สาม การเปลี่ยนแปลงไปของการสร้างอาคาร และวัสดุที่ใช้สร้างอาคาร กล่าวคืออาคารสมัยใหม่ เน้นการก่อสร้างเร็ว มีความเสี่ยงจากโครงสร้างที่อาจพังทลายลงได้เร็วขึ้นเมื่อเกิดไฟไหม้ รวมถึงวัสดุที่ใช้ ก็ลามไฟ และไหม้ไฟได้เร็วขึ้น


สี่ เครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแบตเตอรี่ เป็นส่วนประกอบ สามารถติดไฟได้เองโดยไม่ต้องใช้ออกซิเจน เรียกว่า Thermal runaway ดังนั้น ต้องเตรียมอุปกรณ์ในการดับไฟสำหรับเชื้อเพลงประเภทแบตเตอรี่ไว้ รวมถึงเวลานำแบตเตอรี่ไปกำจัด ก็ต้องแยกการทิ้งไว้ต่างหากด้วยครับ เพื่อป้องกันการไฟไหม้ในที่ทิ้งขยะครับ


สำหรับผู้ออกแบบ และเจ้าของอาคาร ก็ต้องตระหนักรู้และประเมินความเสี่ยงของการเกิดเหตุไฟไหม้ และการอบยพ เพราะกฎหมายให้ผู้ออกแบบใช้ดุลพิจนิจในการเลือกกำหนดระดับความเสี่ยง ทำให้ผู้ออกแบบต้องเข้าใจความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ 


ส่วนผู้อยู่อาศัย ก็สังเกตุว่าเคยได้ยินเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้บ้างไหม สังเกตุว่าคอนโดของเราใช้ smoke detector หรือ heat detector กันแน่ เพราะ ต้ว heat detector ไม่ได้มีไว้ใช้เตือนอัคคีภัยครับ และก็เข้าร่วมการซ้อมหนีไฟของอาคารด้วยนะครับ


ส่วนใครสนใจข้อมูลเรื่องมาตรฐานป้องกันอัคคีภัย ลองไปซื้อเล่มของ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยมาใช้อ้างอิงได้ครับ ชื่อนี้เลยครับ มาตรฐานป้องกันอัคคีภัย

รัฐบาลประกาศลดราคา รถไฟฟ้าสายสีแดง กับรถไฟฟ้าสายสีม่วง


รัฐบาลประกาศลดราคา รถไฟฟ้าสายสีแดง กับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ลงเป็น สูงสุดราคา 20 บาท ตลอดสาย
ที่ลดราคาสองสายนี้ก่อนและทำได้เลย เพราะเป็นสองสายที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล

 

 

 

สายสีแดง เดินรถไฟโดยบริษัทลูกการรถไฟ SRT

สายสีม่วง เดินรถโดยบริษัท BEM  ในเครือกลุ่ม ช การช่าง ผู้ดูแลรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน และทางพิเศษ หรือทางด่วน

 

สายสีแดง ระยะทางรวม 41 กิโลเมตร  เส้นทาง รังสิต  บางซื่อ ตลิ่ง ชัน ค่าบริการเดิม สายสีแดง อยู่ที่ 14-42 บาท  

 

รถไฟฟ้าสายสีม่วง  23 กิโลเมตร 16 สถานี วงแหวนตะวันตถ ถึงเตาปูน ค่าโดยสาร 14-42 บาท แต่เดิมมีแผนลดราคา 20บาท ต่อสายแต่เดิมจะเริ่มลด หนึ่ง ธค อยู่แล้ว เป็น BEM เป็นผู้เดินรถให้ รฟม รถไฟฟ้ามหานคร  



 

สายสีม่วงลดค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ตอนนี้ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 23 บาท จะทำให้รายได้ลดลงประมาณ 190 ล้านบาท/ปี หรือ คิดเป็น 60 % ของรายได้เฉลี่ยปัจจุบัน โดยรฟม.จะใช้รายได้ที่นำส่งคลังปีละประมาณ 300-400 ล้านบาท   มาชดเชย กล่าวคือ จ่ายเข้าคลังน้อยลง

 

ปัจจุบันรฟม.มีรายได้จากส่วนแบ่งค่าตอบแทนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 15% โดยปี 67 ประเมินที่ 3,600 ล้านบาท ปี 68 ที่ 4,800 ล้านบาท มีรายได้ค่าโดยสารสายสีม่วง ประมาณ 500 ล้านบาท/ปี และรายได้อื่นๆ โดยนำส่งรายได้เข้าคลังจาก 20-25% ของกำไรสุทธิ ซึ่งปี 65 ส่งรายได้เข้าคลัง 311 ล้านบาท ส่วนปี 66 รอบ6 เดือนส่งไปแล้วสองร้อยกว่าบาท

 

 

 

ข้อดี
หนึ่ง ถ้า คนที่ไปขึ้นรถไฟไม่ได้ใช้รถอยู่แล้ว ก็จะทำให้ ลดคาร์บอนลงไปได้ คิดเป็นหลายร้อยล้านบาทต่อปี
สอง ทำให้คนมีความสุขมากขึ้น เดินทางเร็วขึ้น ราคาลดลงถ้าไปกลับ สี่สิบบาท ต่อวัน ก็อาจเปลี่ยนมาขึ้นรถไฟฟ้าได้ 

 

 

 

ความเสี่ยง  ถ้าจะให้เป็น 20 บาท ในทุกสี

หนึ่ง รายได้รัฐลดลง  หน่วยงานรัฐอย่าง srt มีโอกาสขาดทุนเพิ่ม
สอง  เอกชน อย่าง BEM หรือ ในอนาคต BTS เอาไปต่อรอง อย่างอื่นกับรัฐได้  
สาม  อาจต้องมีการลงทุนอุปกรณ์เพิ่ม ในการนั่งรถข้ามบริษัทกัน ถ้าเอกชนลงทุน ก็คงมาต่อรองกับรัฐ
สี่ ต้องมีกฎหมายรองรับ อย่าง พรบ ตั๋วร่วม  และกองทุนชดเชยส่วนต่าง สำหรับการเดินทางข้ามระบบ
หรือไม่งั้นใช้บัตร EMV

 

 

 

EV ติดบ้าน ควรรู้อะไรบ้าง


        ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า มาแรงมากในปีนี้นะครับ และจำนวนรถยนต์ก็เพิ่มขึ้นเป็น เกือบห้าหมื่นคันแล้วที่จดทะเบียน หรือมากกว่านั้นแล้วก็ไม่ทราบ และคิดว่า เพื่อนๆ ของท่านคงมีคนใช้อีวีกันแล้ว เพราะจริงๆแล้วตอนนี้ราคารถ อีวีถูกกว่ารถ ICE internal combustion engine เสียอีกครับ จากมาตราการสนับสนุนของรัฐด้วย และจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงด้วย


        ทีนี้ การใช้รถ อีวี ก็มาคู่กับการชาร์จ ก็ต้องติดที่ชาร์จ ไม่งั้นก็ไปชาร์จที่ปั้ม บางทีเราก็ได้แถมที่ชาร์จมา ซึ่งตัวที่ชาร์จเนี่ย มันไม่เหมือนกับที่ชาร์จ ไอโฟน ที่ชาร์จโทรศัพท์ ขนาดที่ชาร์จโทรศัพท์ ที่ไม่ได้มาตรฐานใช้แล้วยังไฟไหม้ได้เลยครับ ที่ชาร์จอีวี หรือ EV charger ก็เหมือนกัน  มันต้องมีมาตรฐาน ก็เหมือนกับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ในบ้านนั่นแหละ


ตอนนี้ ทางการไฟฟ้านครหลวง ก็มีมาตรฐานการติดตั้งออกมา ทั้งแบบสถานีและแบบ ติดที่บ้าน ตามรูป 



ข้อมูลจาก : เว็บไซต์การไฟฟ้านครหลวง


หรือแม้มาตรฐานของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็มีนะครับ พวกขึ้นทะเบียนเครื่องชาร์จ ก็เพิ่งแก้มาตรฐานไปเมื่อเดือนกันยายน 2566 นี้เองครับ


ข้อมูลจาก : เว็บไซต์การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค


ไปหาดูข้อมูลพวกนี้เพิ่มเติมได้ สำหรับท่านที่เป็นช่าง หรือเป็นวิศวกรนะครับ


สำหรับชาวบ้านอย่างเรา ที่มีคนมาทำ อีวีชาร์เจอร์ ให้ที่บ้าน เราก็ต้องพอมีความรู้เบื้องต้นไว้บ้างก็ดี จะได้ปลอดภัย ครบถ้วน ไม่เสียเงิน หรือเกิดอุบัติเหตุไฟฟ้าครับ ดูดังนี้ครับ


หนึ่ง เราควรตรวจสุขภาพระบบไฟฟ้าในบ้านเราก่อน ว่าดังนี้
    ก.ไฟกี่เฟส หนึ่งหรือสาม
    ข. meter เท่าไหร่ ส่วนใหญ่ใช้ 15/45
    ค. เช็คโหลดไฟในบ้านเราในช่วงเวลาต่างๆ พวกไฟที่เป็นสามเฟส เช็คว่า กระแสไฟเข้าในแต่ละเฟสเข้าพอๆ กันหรือเปล่า เพราะถ้าต่างกันมากจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานมากโดยไม่จำเป็น
    ง.ขนาดสายไฟที่บ้านเราใช้ เพราะสายไฟอีวี ต้องเป็นขนาดเดียวกัน
    ฉ.หลักดิน ขั้นต่อดิน


สอง เมื่อช่างมาติดตั้ง ควรถามเขา หรือขอดูว่า เขามีใบรับรองช่างไฟฟ้าภายในอาคารหรือเปล่า หรือมีวิศวกรไฟฟ้า ระดับภาคี ควบคุมหรือเปล่า

ข้อมูลจาก : เว็บไซต์ บริษัท ปิ่นทองกรุ๊ป แมนเนจเม้นท์ แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด


สาม ขอให้เขาส่งแบบติดตั้งและ BOQ มาให้เราด้วย เพราะถึงดูไม่เข้าใจ อย่างน้อย ก็เก็บไว้เผื่อมีเหตุ หรือเอาไว้ให้วิศวกรตรวจสอบความถูกต้องได้

 

กระแสไฟเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นดังนั้น เราต้องปลอดภัยไว้ก่อน เพื่อป้องกันเหตุที่เกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สินของเราได้ครับ






ปี2566 น้ำจะท่วมหรือไม่


ปี2566 น้ำจะท่วมหรือไม่

ตอบคือ ไม่ท่วม กรุงเทพแน่นอน และจะน้ำแล้งมากด้วยในปีหน้า เพราะอะไร 


หนึ่ง ปีนี้ มีเหตุ El nino และจะเกิดขึ้นถึงเดือนมีนาคมปีหน้า ถึงจะเข้าภาวะปกติ


El nino คืออะไร El nin คือภาวะที่ อุณหภูมิน้ำทะเลพื้นผิวที่เส้นศูนย์สูตร ในทะเลแปซิฟิก สูงกว่าค่าเฉลี่ย เกิน 0.5 องศาเซลเซียสเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันนานพอสมควรจนเกิดกระแสลมและกระแสน้ำไหลกลับด้าน

 

ผลก็คือ จะเกิด ภาวะ ฝนน้อย และน้ำ น้อย ในประเทศไทย หรือในทางกลับกัน ถ้าอุณหูมิน้ำทะเลพื้นผิวที่กลางทะเลและทะเลแปซิฟิกตะวันออก ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เกินกว่า 0.5 องศาเซียส เกิดน้ำฝนเยอะและน้ำเยอะในประเทศไทย


ฝนที่ตกในประเทศไทย ปกติเป็นฝนที่เกิดจากลมมรสุมที่เกิดในประเทศอยู่แล้ว ผ่านความชื้นที่พัดมาจากทะเล อันดามัน ผ่านอ่าวไทย และมาตกตามร่องความกดอากาศต่ำ

 

ซึ่งทุกปี ร่องความกดอากาศต่ำจะพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ค่อยๆ ถูกความกดอากาศสูงไล่ลงมาเรื่อยๆ จากเหนือสุด ถึงใต้สุดของประเทศไทย อยู่ในช่วง สิงหาคม ถึงธันวาคม หรือวันแม่และวันพ่อของทุกปี


 

สถานะปีปัจจุบัน ร่องฝนอยู่แถวๆ จังหวัดแพร่ สุโขทัยแล้ว ซึ่งผ่านเขื่อนสิริกิตและเขื่อนภูมิพลมาแล้ว ขณะที่ปริมาณน้ำ ในเขื่อนทั้งสองเขื่อนนั้น มียังไม่ถึงครึ่งของปริมาณกักเก็บน้ำ ที่เก็บได้เมื่อปีก่อน

 

ผลคือคาดการณ์ว่า ปีหน้าทำหน้าปรังได้เพียง สองล้านไร่ จากปีที่แล้วทำได้ สิบล้านไร่

 

ส่วนน้ำที่ท่วมสุโขทัยเป็นน้ำที่เกิดจาก ความไม่มีสภาพเป็นทางน้ำไหลของน้ำยม คือตื้นเขินและไม่มีเขื่อน ก็จะท่วมทุกปี นอกจากจะไปทำเขื่อนหรือทำขุดลอกน้ำยม


ส่วนกทม น้ำไม่ท่วมแน่นอน เพราะปีนี้น้ำแล้ง และปัจจุบัน อัตราน้ำไหล ที่  2000/3500 msl คือยังสามารถรองรับน้ำได้อีกมาก

 

สรุปปีนี้น้ำไม่ท่วมกทม แน่นอน และปีหน้า แล้งแน่นอน  และราคาข้าวก็แพงแน่นอน แต่ปริมาณข้าวก็จะน้อยแน่นอน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : คุณชวลิต จันทรรัตน์ วิศวกรแหล่งน้ำชื่อดัง ประธานกรรมการบริหารทีมกรุ๊ป

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565


 



อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนำมัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ข้อ ๒ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ ข้อ ๓ ในกฎกระทรวงนี้ “ระบบการจัดการด้ำนความปลอดภัย” หมายความว่า ระบบการจัดการที่กำหนดขึ้นเป็นส่วนหนึ่ง ของระบบการจัดการของสถานประกอบกิจการเพื่อนำไปปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งครอบคลุมการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ ข้อ ๔ นายจ้างของสถานประกอบกิจการตามที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ ที่มีลูกจ้าง จำนวนห้าสิบคนขึ้นไป ต้องจัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัย ทั้งนี้ ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่มีลูกจ้างครบจำนวนดังกล่าว ข้อ ๕ ระบบการจัดการด้านความปลอดภัย อย่างน้อยต้องประกอบด้วย

(๑) นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนำมัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

(๒) การจัดการองค์กรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

(๓) แผนงานด้านความปลอดภัย อำชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการ นำไปปฏิบัติ

(๔) การประเมินผลและการทบทวนระบบการจัดการด้านความปลอดภัย

(๕) การปรับปรุงและการพัฒนาระบบกำรจัดกำรด้ำนควำมปลอดภัย


ทำไมต้องบ่มคอนกรีต





โครงสร้างของอาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทยนั้น เรายังนิยมการก่อสร้างโดยใช้โครงสร้างแบบ คอนกรีตเสริมเหล็ก เราจะพบเห็นการเทคอนกรีตได้บ่อยๆ ซึ่งหลังจากที่เทคอนกรีตแล้ว เราก็จะเห็นการเอาน้ำมาฉีด หรือเอากระสอบมาคลุมแล้วเอาน้ำมาพรม เราก็อาจจะสงสัยว่ากระบวนการนี้ทำไปทำไมมันคืออะไร  ซึ่งสามารถอธิบายได้ง่ายๆ ดังนี้คือ

คอนกรีตนั้น เกิดจากหิน และทราย มาผสมรวมกัน โดยมีซีเมนต์เป็นตัวประสาน  ซึ่งกระบวนการแข็งตัวของคอนกรีตนั้น เกิดจากปฎิกิริยาเคมี ของสารประกอบหลายอย่างที่ซับซ้อนและหลายขั้นตอน แต่ถ้าจะทำให้มันง่ายๆ ก็คือ  ซีเมนต์มีองค์ประกอบหลักก็คือ แคลเซียม (Ca)  ซึ่ง แคลเซียมอยู่ในหลายองค์ประกอบ  แต่กระบวนการเคมี สารประกอบของแคลเซียม บวกกับน้ำ ก็จะเกิด ความร้อนขึ้นมา
(แบบเดียวกับ CaO + H2O  --->>  Ca(OH)2 + ความร้อน)

ขุดดิน ทำไมต้องใช้ Sheet pile และค้ำยัน




ในการทำงานก่อสร้างใดๆ ถ้ามีการขุดดินด้วยแล้วนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ คือความแข็งแรงและปลอดภัยของงานขุดดิน ระหว่างงานก่อสร้าง เพราะสภาพของดินในแต่ละพื้นที่ที่ขุดก็ไม่แตกต่างกันไป รวมถึงสภาพพื้นที่และขอบเขตรอบๆ หลุมที่เราขุดนั้น ว่ามีน้ำหนักอะไรที่วางอยู่บ้าง  เพราะน้ำหนักที่วางอยู่รอบๆ นั้น ก็มีผลต่อเสถียรภาพและแรงที่กระทำกับหลุมขุดเช่นกัน รวมถึง สิ่งปลูกสร้างที่อยู่รอบๆ ก็อาจได้รับความเสียหายจากการขุดดินที่เกิดจากงานก่อสร้างเช่นกัน

เสียงก้องในห้อง แก้ไขอย่างไรดีนะ?




เชื่อว่าหลายๆ ท่าน น่าจะเคยเจอปัญหากับเสียงสะท้อนที่เกิดขึ้นภายในห้องของเราซึ่งการเกิดเสียงก้องหรือเสียงสะท้อนนั้น มีสาเหตุอยู่ 2 สาเหตุหลักคือ

1. ผิวผนังห้องที่อยู่ตรงข้ามกันขนานกัน จะสังเกตได้ว่า หากห้องโล่งเสียงจะก้องมาก เพราะไม่มีสิ่งของมาช่วยดูดซับเสียง ทำให้เสียงสะท้อนผนังกลับไปมาที่มุมเดิม

2. วัสดุต่าง ๆ ภายในห้อง เช่น เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่มีผิว “เรียบและแข็ง” เช่น ผนัง ฝ้า โต๊ะ สิ่งของเหล่านี้มีความสามารถในการดูดซับเสียงแตกต่างกัน หากเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้อยู่มีลักษณะเรียบและแข็ง ก็จะดูดซับเสียงได้ไม่เพียงพอ

รู้จักกับปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก



ในการออกแบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กนั้น ตัวแปรหนึ่งที่จะถูกนำมาใช้คำนวณก็คือค่ากำลังอัดของคอนกรีต  เพื่อที่จะบอกว่าโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กนั้นรับน้ำหนักได้มากน้อยแค่ไหน ตามประเภทการใช้งาน
สำหรับผู้ออกแบบแล้ว การเลือกใช้กำลังอัดว่าเท่าใด ก็ค่อนข้างที่จะจบ ส่วนการเลือกใช้ปูนซีเมนต์ประเภทใดนั้น ก็ขึ้นกับสถานที่และสภาพแวดล้อมของโครงสร้างนั้น ว่าจะไปอยู่ที่ตรงไหน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีแล้ว ว่าปูนซีเมนต์ปอร์ตแลน ตามมาตรฐาน มอก. 15-2555 (หรือมาตรฐานสากลอย่าง ASTM C150) นั้นก็มีห้าประเภท ตามการใช้งาน ลักษณะสำคัญของมาตรฐาน มอก. ฉบับนี้ ก็คือ จะมีการกำหนดคุณสมบัติทางเคมี และคุณสมบัติทางกายภาพ ไว้ด้วยกัน เพื่อให้แน่ใจว่าได้คอนกรีตที่มีคุณสมบัติดีจริงๆ  https://www.tisi.go.th/data/standard/fulltext/TIS-15-1-2555m.pdf

การทดสอบการรับน้ำหนักบรรทุกของดินโดยวิธี Plate Bearing Test


 
 
          ในกิจกรรมหรือการทำงานใดๆก็ตาม เราต่างก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าย่อมมีปัญหาและอุปสรรคต่างๆเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ซึ่งดัชนีชี้วัดว่าปัญหาและอุปสรรคเหล่านี้จะมีมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆก่อนลงมือทำสิ่งนั้นๆ

          ในงานก่อสร้างก็เฉกเช่นเดียวกัน ย่อมมีปัญหาและอุปสรรคต่างๆมากมาย ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ จนกระทั่งงานก่อสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งปัจจัยที่จะก่อให้เกิดปัญหาหรืออุปสรรคเหล่านั้นก็มีหลากหลายรูปแบบด้วยกันทั้ง ทำเลที่ตั้งของสถานที่ก่อสร้าง สภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ การเมือง การจราจร กฏหมายหรือข้อกำหนดต่างๆในแต่ละพื้นที่ รวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของชุมชนที่จะทำการก่อสร้าง ฯ สิ่งเหล่านี้มักจะส่งผลกระทบต่อหัวใจหลักในงานก่อสร้างแทบทั้งสิ้น นั่นคือ คุณภาพ งบประมาณ และเวลา ดังนั้นการศึกษาข้อมูลและเตรียมแผนรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆล่วงหน้าย่อมเป็นสิ่งสำคัญ และการวางแผนหรือป้องกันล่วงหน้าเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแต่ละบุคคลที่ต้องร่วมมือร่วมใจกันในงานนั้นๆ

เปิดงานอย่างไร ปลอดภัย 100 %


 


โดย  ประสงค์  ธาราไชย


           องค์การอนามัยโลก แห่งสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันที่  31 พฤษภาคม ของทุกปีให้เป็น “วันงดสูบบุหรี่โลก”  ประเทศไทยก็ได้เป็นสมาชิกขององค์การนี้ด้วยและได้เข้าร่วมในโครงการรณรงค์ให้ประชาชนงดสูบบุหรี่เช่นเดียวกัน ในปีพ.ศ.2542 สมาคมหรือชมรมผู้ต่อต้านการสูบบุหรี่แห่งประเทศไทย หรือชื่ออะไรทำนองนี้ ผมต้องขออภัยที่จำชื่อไม่ได้... ได้จัดงานรณรงค์งดสูบบุหรี่ขึ้นที่ลาน SCB PARK PLAZA  ถนนรัชโยธิน  จัดว่าเป็นงานที่ใหญ่โตมาก มีท่านผู้มีเกียรติมาร่วมงานมากมาย  รวมทั้งดารา นักร้อง และนักแสดงต่าง ๆ ด้วย   โดยสมาคมฯ ได้เชิญคุณพยงค์ มุกดา ครูเพลงอาวุโสผู้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ให้เป็นประธานในพิธี  ในการเปิดงานนั้น ฝ่ายจัดงานได้วางแผนกันไว้ว่า  ให้มีการจำลองบุหรี่ขนาดใหญ่ไว้หน้าเวที  เมื่อถึงเวลาเปิดงานให้ประธานใช้ดาบฟันลงไปที่แท่งบุหรี่จำลองนี้  เมื่อแท่งบุหรี่ขาด ลูกโป่งหลากสีที่บรรจุอยู่ภายในมวนบุหรี่จำลองนี้ก็จะพากันลอยขึ้นท้องฟ้าไปอย่างสวยงาม
 
           สำหรับโครงสร้างของบุหรี่ยักษ์ความยาวประมาณ 7 เมตรนี้  เป็นโครงเหล็ก  ซึ่งภายในบรรจุลูกโป่งสวรรค์หลากสีไว้อย่างที่กล่าวแล้วข้างต้น  ส่วนภายนอกก็หุ้มด้วยวัสดุที่ผมไม่แน่ใจว่าเป็นกระดาษหรือผ้าที่มีสีสันเหมือนกระดาษบุหรี่   เมื่อถึงเวลาเปิดงาน ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น คือ หลังจากที่ประธานกล่าวเปิดงานและทำพิธีประหารบุหรี่โดยใช้ดาบฟันลงบนแท่งบุหรี่ยักษ์  เพื่อตัดมวนบุหรี่ให้ขาดออกจากกัน   ทันใดนั้นเองก็เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นที่มวนบุหรี่  และเกิดไฟลุกพรึบขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ร่วมงานที่อยู่ใกล้ชิดที่เกิดเหตุต้องประสบอันตรายจากการถูกไฟลวก    มากบ้างน้อยบ้างตามแต่ความใกล้ชิดกับเหตุการณ์  ซึ่งผู้โชคร้ายหลายท่านก็เป็นดารานักแสดง  อาทิ  คุณทัดทรวง  มณีจันทร์  คุณสมบัติ  เมทะนี  เป็นต้น  แต่ผู้ที่โชคร้ายมากที่สุดเห็นจะไม่มีใครเกินคุณพยงค์  มุกดา  ท่านประธานในพิธี  เพราะท่านเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเหตุการณ์มากที่สุด  เนื่องจากเป็นผู้ลงมือตัดแท่งบุหรี่ด้วยตนเอง  ตามข่าวว่า...ท่านได้รับอันตรายถูกไฟลวกที่บริเวณใบหน้าและลำตัว  แต่เดชะบุญที่ไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายจนถึงแก่ชีวิต
 
           เหตุที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น  ก็เพราะไม่มีผู้ใดคาดไปถึงว่า  การที่นำเอาดาบที่ทำด้วยเหล็ก เมื่อมีการเสียดสีกับโครงเหล็กของแท่งบุหรี่ เพื่อที่จะตัดให้มวนบุหรี่ขาดออกจากกัน จะทำให้เกิดประกายไฟขึ้น  และเมื่อเกิดประกายไฟแล้ว แก๊สที่อัดแน่นอยู่ในลูกโป่งสวรรค์หลากสีนั่นแหละ  ได้กลายเป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดี  ทำให้เกิดการระเบิดขึ้นและไฟได้ลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว...
 
           เรื่องนี้คงจะเป็นอุทาหรณ์สำหรับการเปิดงานประเภทนี้ต่อไปอีกนาน...  หลายคนคงไม่ทราบว่าแก๊สที่บรรจุอยู่ในลูกโป่งสวรรค์นั้นอันตรายมาก เจ้าแก๊สนี้มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า แก๊สไฮโดรเจน ซึ่งมีความเบากว่าอากาศ จึงสามารถทำให้ลูกโป่งลอยได้  แต่ก็มีผลเสียคือ  เป็นแก๊สที่ไวไฟมากเช่นกัน ในสมัย ก่อนเมื่อเวลามีงานรื่นเริงต่างๆ ก็มักจะมีการประดับประดาบริเวณงานให้สวยงามด้วยลูกโป่งสวรรค์หลากสีเหล่านี้  ซึ่งบางครั้งอาจะมีคนมือบอนแขวนเศษกระดาษไว้กับเชือกผูกลูกโป่ง  แล้วปล่องให้ลูกโป่งลอยขึ้นไปพร้อมกับจุดไฟที่กระดาษ เมื่อไฟจากกระดาษลามไปถึงตัวลูกโป่ง ก็จะทำให้เกิดการระเบิดขึ้น ทำให้

           มีเสียงดัง เป็นการสร้างความครึกครื้นสนุกสนาน  ซึ่งการเล่นแบบนี้เป็นอันตรายมาก  ดังนั้นในโรงแรมหลาย ๆ แห่ง เมื่อมีการจัดงาน  เขาจะขอร้องแกมบังคับไว้เลยว่า  ไม่ให้มีการใช้ลูกโป่งอัดแก๊สประเภทนี้ไว้ในงานอย่างเด็ดขาด... แต่ในปัจจุบันบางแห่งมีการนำแก๊สฮีเลียมมาบรรจุในลูกโป่งแทนแก๊สไฮโดรเจน  ซึ่งเจ้าแก๊สฮีเลี่ยมนี้มีคุณสมบัติที่ไม่ติดไฟแต่ก็มีราคาแพงมาก จึงไม่เป็นที่นิยมใช้แพร่หลายเหมือนลูกโป่งที่บรรจุด้วยแก๊สไฮโดรเจน
           
           ในงานบางประเภทโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเปิดป้ายชื่ออาคารหรือสถานที่ต่างๆก็มักจะนิยมใช้ลูกโป่งสวรรค์จำนวนมากผูกติดไว้กับผ้าแพรที่คลุมป้ายชื่ออาคารหรือสถานที่นั้น ๆ ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีการต่อไฟฟ้าชั่วคราวจากปุ่มที่แท่นทำพิธี  โยงไปถึงป้ายชื่อนั้น  เมื่อถึงพิธีเปิดป้ายอาคาร  ก็จะมีการกดปุ่มไฟฟ้า เพื่อให้แพรที่คลุมป้ายนั้นค่อย ๆ แยกตัวออกอย่างช้า ๆ  เมื่อแพรเปิดป้ายหมดก็จะถูกลูกโป่งสวรรค์ที่ผูกอยู่  ดึงให้ลอยขึ้นฟ้าไปอย่างงามสง่าและสวยงาม  แต่วิธีนี้ก็ไม่สามารถรับรองผลได้ 100 เปอร์เซ็นต์  ผมเองเคยเห็นงานเปิดป้ายชื่อบริษัทบางแห่ง  ซึ่งเมื่อถึงเวลากดปุ่มไฟฟ้าที่ว่านี้  กลับทำให้เกิดประกายไฟ  ซึ่งทำให้เจ้าแก๊สโฮโดรเจนที่บรรจุอยู่ในลูกโป่งระเบิดตูมขึ้น  กลายเป็นตัวการทำให้ไฟไหม้ป้ายชื่อบริษัทไหม้เรียบไปเลย  ถือว่าเป็นความโชคร้ายอย่างยิ่งทีเดียว....เพราะไหนจะต้องทำให้บริษัทต้องเสียเงินทำป้ายชื่อใหม่แล้ว  ยังทำให้เจ้าของบริษัทและพนักงานต้องขวัญเสียไปอีกนานเลยครับ..
 
           หลังจากที่ผมได้พบเหตุการณ์เช่นว่านี้หลายครั้ง เมื่อถึงคราวเปิดป้ายอาคารของธนาคารกรุงเทพ จำกัด  สำนักงานใหญ่ที่ถนนสีลม   ผมได้แนะนำให้ใช้คนเป็นผู้ปล่อยลูกโป่งแทนการใช้กระแสไฟฟ้า  โดยจัดให้พนักงานที่ทำหน้าที่ปล่อยลูกโป่งและแพรคลุมป้ายชื่ออาคารไปแอบซ่อนตัวไว้ เพื่อให้ดูสมจริง  ส่วนการกดปุ่ม ก็เป็นเพียงการให้สัญญาณเสียงออด  เพื่อให้พนักงานพวกนี้ทำหน้าที่ของตนอย่างพร้อมเพรียงกันเท่านั้น  วิธีนี้ก็ดูไฮเทคดี  แล้วยังปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย...  วิธีที่ว่านี้ได้นำมาประยุกต์ใช้ในการเปิดแพรคลุมป้ายอาคารสูงที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ ที่พอเอ่ยชื่อใคร ๆ ก็รู้จัก  แต่อย่าบอกดีกว่านะครับ...เพราะไม่ได้ค่าโฆษณา...

เพิ่มมูลค่าสิ่งก่อสร้างด้วยหลัก "อาคารเขียว"


 

 รู้หรือไม่ว่าเราสามารถวัดมูลค่าของสิ่งก่อสร้าง อาคารหรือที่อยู่อาศัยได้จากอะไรบ้าง? มูลค่าจากราคาการก่อสร้าง จากทำเลที่ตั้ง จากวัสดุที่ใช้ หรือจากมูลค่าราคาขาย? แล้วมูลค่าที่ไม่สามารถวัดเป็นจำนวนเงินหรือราคาที่ซ่อนอยู่ในอาคารเหล่านั้นล่ะคืออะไร?

ธุรกิจก่อสร้างหรือธุรกิจอสังหากำลังเติบโตและขยายมากขึ้นในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เรามักจะเห็นพื้นที่ก่อสร้างอยู่ในเขตชุมชน เขตเมืองค่อนข้างเยอะขึ้น และเราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า พื้นที่งานก่อสร้างเหล่านั้นกำลังมีผลกระทบกับสภาวะแวดล้อมและชีวิตการอยู่อาศัยของเรา ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางเสียง ทางอากาศ ฝุ่นละออง หรือขยะต่างๆ ทำให้ปัจจุบันนักลงทุนหรือ Developer ต้องใส่ใจกับกระบวนการหรือขั้นตอนในการก่อสร้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติตามมาตฐาน EIA (Environmental Impact Assessment) หรือการพัฒนาอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างของเราให้กลายเป็นอาคารเขียว

อุปกรณ์เซฟตี้ อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม



อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลถือเป็นมาตรฐานการป้องกันอันตรายสุดท้ายที่ผู้ดำเนินการก่อสร้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล เพื่อป้องกันอันตรายและเป็นไปตามที่กำหนดในมาตรฐานความปลอดภัยขณะก่อสร้าง หากเกิดเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยขึ้นบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง เจ้าของอาคารและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีสิทธิที่จะสั่งให้งานก่อสร้างหยุดทันที และไม่ยินยอมให้ผู้ปฏิบัติงานก่อสร้างเข้าทำงานจนกว่าจะจัดหา หรือสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลอย่างเพียงพอตามที่กำหนดในมาตรฐานด้านความปลดภัยก่อสร้าง