หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกร็ดความรู้ แสดงบทความทั้งหมด

ความรู้เบื้องต้นเรื่องเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ


ความรู้เบื้องต้นเรื่องเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ


ช่วงฤดูหน้าฝนอย่างนี้ทุกปีประเทศของเรามักมีข่าวเรื่องน้ำท่วมเสมอๆและเป็นหนักขึ้นทุกปี และทุกครั้งจะเป็นโอกาสให้คนไทยได้แสดงน้ำใจต่อกัน แต่จะดีมากแค่ไหนที่เหตุการณ์เหล่านั้นไม่ต้อ
เกิดแต่เราป้องกันล่วงหน้า หรืออย่างน้อยๆก็เตือนภัยไม่ให้ทรัพย์สินและชีวิตต้องสูญเสียไป

ที่จริงแล้วเรื่องเขื่อนและอ่างเก็บน้ำไม่ใช่เรื่องใหม่ มนุษย์เราเรียนรู้วิธีการปรับสภาพธรรมชาติให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของเผ่าพันธุ์ของตนเองมานานแล้ว เราสามารถพบหลักฐานการสร้างเขื่อนได้ในอดีตเก่าถึงหลายพันปี และในประเทศไทยเองเราก็มีการสร้างอ่างเก็บน้ำ และเขื่อนกันมาหลายร้อยปีแล้ว และบางแห่งก็ยังถูกปรับปรุงให้ใช้ได้อยู่ครับ

พูดถึงเรื่องอ่างเก็บน้ำ ก็หมายถึงพื้นที่ที่ใช้เก็บน้ำ โดยมีเขื่อนไว้กั้นน้ำ และควบคุมการไหลเข้าออกของน้ำผ่านประตูควบคุม ทั้งนี้ชื่อเรียกของเขื่อนและอ่างเก็บน้ำอาจจะมีขื่อเรียกต่างๆกันไปขึ้นกับขนาด และชนิดของลำธารหรือสายน้ำได้ครับ แต่เนื่องจากบทความจองผมไม่มีวัตถุประสงค์จะมาอธิบายคำศัพท์กัน ดังนั้นจึงมีแค่อ่างเก็บน้ำ กับเขื่อนครับ

ดังนั้น function หรือหน้าที่ของอ่างเก็บน้ำและเขื่อนก็คือมันใช้ในการบริหารจัดการน้ำ ให้มีน้ำใช้ ช่วงที่ธรรมชาติมีน้ำน้อย และลดรวมถึงเก็บน้ำ ไม่ให้เกิดอุทกภัย ในช่วงที่น้ำเยอะเกินไป ส่วนเขื่อน ก็จะสามารถจัดการเก็บน้ำกั้นน้ำและปล่อยน้ำได้ตามต้อาการกล่าวคือควบคุมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำได้นั่นเอง

ผมขอเรียกรวมทำนบ ฝาย รวมกับเขื่อนเลยในบทความนี้นะครับ

โดยทั้งไปเขื่อนทำจากวัสดุที่หาได้ในบริเวณที่จะสร้างเขื่อน เพราะวิศวกรคงไม่ขนสัสดุกก่อสร้างไปจากที่ไกลๆเพื่อสร้างเขื่อนหรอก เราจึงพบกว่าเขื่อนส่วนมากที่สร้างในโลกนี้จึงเป็นเขื่อนดิน รวมถึงเขื่อนที่สร้างกันมานานแล้วในโลกและเขื่อนที่ใช้งานอยู่ปัจจุบันในไทยด้วยครับ

เขื่อนที่สร้างจากวัสดุธรรมชาติอื่นๆก็เช่นเขื่อนหิน ส่วนเขื่อนที่เป็นคอนกรีตก็มี อย่างเช่นเขื่อนภูมิพลที่จังหวัดตากในประเทศไทยไงครับ ข้อดีของเขื่อนดินก็คือมีราคาที่ถูกกว่าเขื่อนคอนกรีตเยอะ แต่ข้อเสียคือใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า เพราะต้องใช้เวลาบดอัดเป็นชั้นๆ ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างได้ในเวลาฤดูฝน ส่วนเขื่อนคอนกรีตสามารถสร้างได้รวดเร็ว แต่ราคาก่อสร้างก็สูงกว่า เหตุผลที่สร้างเขื่อนคอนกรีตโดยมากก็จะเป็นกรณีที่เขื่อนนั้นมีการผลิตกระแสไฟฟ้า การสร้างเสร็จได้เร็วย่อมหมายถึงการจ่ายไฟได้เร็วและคืนทุนได้เร็วกว่าครับ ส่วนความแข็งแรงของเขื่อนทั้งสองแบบนี้ก็ไม่แตกต่างกันขึ้นกับการบำรุงรักษา และการใช้งานด้วยครับ

ในส่วนการเสียหายของเขื่อนหรือการพัง การแตก ที่เรียกว่าเขื่อนแตก เราสามารถเข้าใจได้ง่ายๆดังนี้ครับ

ความเสียหายของเขื่อน แบ่งง่ายๆสองแบบคือ

หนึ่ง เขื่อนเสียหายเล็กน้อย เช่นมีรูรั่ว มีรอย crack รอยแตก ซึ่งปกติเขื่อนเกือบทุกเขื่อนมีความเสียหายแบบนี้อยู่เสมอครับ แต่ก็ยังสามารถใช้งานต่อไปได้เพราะยังควบคุมการไหลเข้าและออกของน้ำได้

สอง คือ เขื่อนไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ เขื่อนเสียหายมาก ไม่ function แล้ว อย่างนี้ควรเรียกว่าเขื่อนแตก เขื่อนพังนั่นแหละครับ ไม่ต้องแตกดังโพล๊ะเหมือนตุ่มหรอก ก็เรียกว่าเขื่อนแตกได้แล้วละครับ  ซึ่งถ้าเขื่อนพัง ก็จะเกิดความเสียหายกับพื้นที่ใต้เขื่อนเพราะเก็บน้ำไว้ไม่ได้แล้วนั่นเองครับ ส่วนการที่ไม่สามารถเก็บน้ำไว้ได้แล้วก็อาจเกิดจากการที่มีปริมาณน้ำมากกว่าที่ออกแบบเอาไว้ ก็จะควบคุมน้ำไหลเข้าออกไม่ได้ เกิดน้ำล้นข้าม หรือเกิดจากเหตุภัยพิบัติเช่นแผ่นดินไหวก็เป็นได้ที่ทำให้ตัวเขื่อนหรือฐานเขื่อนมีความเสียหายครับ

เขื่อนไม่เหมือนโครงสร้างทางวิศวกรรมอย่างอื่นที่จะมีโอกาสวิบัติเมื่อใช้งานไปนานแล้วแต่เขื่อนมีโอกาสวิบัติสูงในช่วงแรกๆของอายุการใช้งาน ดังนั้นจึงมีการใส่น้ำให้เต็มเพื่อทดสอบในช่วงห้าปีแรก

ในส่วนการบริหาจัดการเขื่อนที่ดีก็ต้องมีการบำรุงรักษา มีแผนปฎิบัติการฉุกเฉิน  เช่น EAP Emergency Action plan และแผนเตรียมพร้อม EPP Emergency Preparedness Plan มีการซักซ้อมแผนเหล่านั้นครับ

อ้อ สำหรับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในไทยที่มีอยู่หลายพันเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ยังไม่มีแผนจัดการกับเหตุการณ์เหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมครับ ซึ่งควรจัดเตรียมขึ้นมา ดีกว่ามาอธิบายทีหลังว่าเขื่อนแตกหรือไม่แตกครับ

อัตราภาษีรถยนต์ปี 2559 การคิดภาษีเพิ่มเติมจากอัตรารการปล่อยก๊าซเรือนกระจก


ภาษีรถยนต์ปี 2559 เป็นอัตราภาษีสรรพสามิตที่จะมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2559 นั้น เป็นอัตราภาษีที่คิดภาษีโดยคำนวณจากอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ของรถรุ่นนั้นๆ

ซึ่งแต่เดิม การเก็บอัตราภาษีสรรพสามิตรของรถยนต์นั้น จะคำนวณจากขนาดของความจุกระบอกสูบ เป็นหลัก  มาถึงยุคที่มีการส่งเสริมให้ใช้น้ำมันพลังงานทางเลือก  ประเภทแก๊ซโซฮอล์  E10 E20 E85 หรือ พวกดีเซลผสมน้ำมันไบโอดีเซล ก็มีการเก็บภาษีสรรพสามิตร ในรถยนต์ที่นั่งที่สามารถใช้น้ำมันประเภทเหล่านี้ได้ ในอัตราที่ต่ำกว่ารถยนต์ที่ไม่สามารถใช้น้ำมัน ที่ใช้น้ำมันพลังงานทางเลือก

ส่วนอัตราภาษีสรรพสามิตรที่จะใช้จัดเก็บกับรถยนต์ในปีหน้านั้น มีส่วนที่เรียกได้ว่า เพิ่มเติมจากแนวการเก็บอัตราสรรพสามิตรเดิม  คือภาษีที่คิดตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  ซึ่งเป็นแนวคิดการเก็บภาษีจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เป็นการสะท้อนต้นทุนทางสังคม ของการใช้รถยนต์ประเภทนั้นๆ  หรือกล่าวคือ  ถ้าจะขับรถยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามาก ก็ต้องยอมจ่ายภาษีแพงอย่างนั้นนั่นเอง

ภาษีสรรพสามิตรนี้ จะเก็บจากบริษัทรถยนต์โดยตรง ไม่ได้เก็บจากผู้ใช้รถยนต์หลังจากที่ซื้อรถยนต์นั้นไปแล้ว  และจะเก็บกับเฉพาะรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถยนต์โดยสารที่ไม่เกินสิบที่นั่ง รถกระบะ และอนุพันธ์ของรถกระบะ ซึ่งหมายถึงรถกระบะประเภทดัดแปลง หรือ ppv นั่นเอง

โดยโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรใหม่ของรถยนต์นี้ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสำหรับประเภทรถหรูที่มี กระบอกสูบมากกว่า 3000 ซีซี  เพราะแต่เดิมก็เก็บภาษีอยู่ในระดับ 50% ที่สูงอยู่แล้ว และรถเหล่านี้ก็ปล่อยก๊าซเรือนกระจก ออกมามากด้วย จึงเก็บภาษีเท่าเดิมต่อไป  ส่วนรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ที่ มีกระบอกสูบต่ำกว่านั้น ก็เก็บภาษีตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

รถยนต์ประเภทที่จะมีผลกระทบด้านราคาจากการปรับภาษีสรรพสามิตรใหม่นี้ ที่ต้องปรับเพิ่มขึ้น ก็ได้แก่รถยนต์ประเภท PPV  , Space cap , Pick up เป็นต้น  ส่วนรถยนต์ที่จะได้ลดภาษีสรรพสามิตรลง ก็ได้แก่รถยนต์อีโคคาร์ ที่มี ที่มีอัตราการปล่อยไอเสียต่ำกว่า 100 กรัมต่อกิโลเมตร ที่จะลดอัตราภาษีลงจาก 17% เดิม เป็น 14%  ซึ่งจะตรงกับหลักการของ อีโคคาร์เฟสสองของประเทศไทย


ไฟฟ้าเบื้องต้นสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย ตอนที่ 6: ปัญหาเกี่ยวกับไฟฟ้าภายในบ้านที่พบบ่อย และการแก้ไขเบื้องต้น


ปัญหาเกี่ยวกับไฟฟ้า ภายในบ้านที่พบบ่อย และการแก้ไขเบื้องต้น

1. สาเหตุการเกิดไฟซ๊อต หรือไฟฟ้าลัดวงจร อาจเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ดังนี้

         1.1 สายไฟฟ้าใช้งานมานานจนทำให้ฉนวนชำรุด หมดอายุการใช้งาน ฉนวนหุ้มตัวนำเปลือยขาดจนทำให้สายตัวนำไฟฟ้าระหว่างสายเส้นที่มีไฟ กับนิวทรัลสัมผัสกัน หรือ สายเส้นที่มีไฟ สัมผัสกับโลหะ เป็นต้น วิธีแก้ไขเพื่อความปลอดภัย คือ เปลี่ยนสายไฟที่ใช้งานมานานแล้วใหม่
ตัวอย่างสายไฟฉนวนหุ้มตัวนำเปลื่อยขาด
         1.2 ต่อสาย หรือเข้าสายอุปกรณ์ไฟฟ้า ไม่แน่น ไม่เรียบร้อย ทำให้เกิดความร้อน และอาจส่งผลให้เกิดไฟใหม้บ้านได้
เสียบปลั๊กไม่แน่น ไม่สนิท
         1.3 อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้งานขัดข้อง หรือชำรุด กรณีตรวจพบว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุดให้ทำการแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนใช้งาน
         1.4 เกิดจากการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม เช่น ขณะใช้งานสายไฟอยู่ใกล้แหล่งที่มีความร้อนสูง เช่น เตาแก๊ส หรือสายไฟถูกของหนักกดทับจนฉนวนเสียหาย เป็นต้น
         1.5 สายไฟมีขนาดเล็กเกินไป ทำให้รับกระแสไฟฟ้าได้น้อยกว่าอุปกรณ์ป้องกัน

รู้ไว้ไม่ปวดหัว จุดเสี่ยงควรระวังหลังคารั่วซึม (ตอนที่ 2 : รอยรั่วบนผืนหลังคา)



     ปัญหาหลังคาบ้านรั่วซึมอันเป็นที่น่าปวดหัวนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ และในตอนที่ผ่านมา เจ้าของบ้านคงพอเข้าใจถึงจุดเสี่ยงการเกิดปัญหารั่วซึมจากบริเวณรอยต่อหลังคาบ้าน แล้ว สำหรับตอนนี้จะขอเล่าถึงจุดเสี่ยงการเกิดรอยรั่วบนผืนหลังคา  ซึ่งเกิดได้จาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปัจจัยจากโครงสร้างหลังคา และ ปัจจัยจากกระเบื้องหลังคา

1. ปัจจัยจากโครงสร้างหลังคา
    หากโครงสร้างหลังคาไม่แข็งแรงพอ จะเกิดการแอ่นหรือขยับตัวจนทำให้กระเบื้องหลังคาเผยอ เกิดปัญหาหลังคารั่ว ทั้งยังอาจเป็นอันตรายถึงขั้นหลังคาถล่มได้  ดังนั้น โครงสร้างหลังคา จึงควรได้รับการออกแบบและคำนวณที่ถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญ  รวมถึงเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์และบริการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน

ไฟฟ้าเบื้องต้นสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย ตอนที่ 5: ขนาดมิเตอร์ของการไฟฟ้า ที่ใช้งานทั่วไป



         เป็นที่ทราบกันดีว่า เราสามารถขอใช้บริการไฟฟ้าได้จากทางสำนักงานการไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ (แล้วแต่เขตพื้นที่ของบ้าน) โดยบ้านหลังนั้นจะต้องมีการขอบ้านเลขที่และมีทะเบียนบ้านเสียก่อน เราจึงไปดำเนินการยื่นหลักฐานเพื่อขอใช้บริการ เราจะต้องชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการขอใช้บริการ ซึ่งค่าธรรมเนียมทั้งหลายนี้จะสูงขึ้นตามปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ขอใช้ นั่นคือยิ่งขอใช้กระแสไฟฟ้ามากก็ต้องยิ่งเสียค่าใช้จ่ายมากนั่นเอง ฉะนั้นเราควรจะเลือกขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า(มิเตอร์)ที่เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

รู้ไว้ไม่ปวดหัว จุดเสี่ยงควรระวังหลังคารั่วซึม (1)


 ปัญหาประจำฤดูฝนอย่างหลังคารั่วซึมจนน้ำหยดไหลเข้าบ้านนั้น เป็นเรื่องน่าหนักใจมิใช่น้อย แม้แต่การหาต้นต่อจุดรั่วซึมบางครั้งก็เป็นเรื่องยาก วิธีหลีกเลี่ยงปัญหานี้ควรเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจถึงจุดเสี่ยงรั่วซึมบริเวณ “รอยต่อหลังคา” และ “บนผืนหลังคา” โดยก่อนอื่นขอเริ่มต้นที่จุดเสี่ยงรอยต่อหลังคาเป็นอันดับแรกสำหรับหลังคาบ้านที่มีความสลับซับซ้อนมาก มีรอยต่อมาก ย่อยเสี่ยงที่จะรั่วซึมได้มากตามจุดต่างๆ ดังนี้



ไฟฟ้าเบื้องต้นสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย ตอนที่ 4: เครื่องมือและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ควรมีไว้ติดบ้าน


เครื่องมือและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ควรมีไว้ติดบ้าน
ภายในบ้านของเรามีอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ มากมายหลายชนิด ตั้งแต่ที่มีความจำเป็นมาก ๆ ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ  ซึ่งนับวันก็ดูจะยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้เราลองมาดูกันดีกว่า ว่าภายในบ้านของเรานั้น หากเกิดปัญหาทางด้านไฟฟ้าเราจะต้องมีอุปกรณ์อะไรไว้ติดบ้านบ้าง เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันที อุปกรณ์เหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ควรมีติดบ้านไว้ ดังนี้
 
ไขควงวัดไฟ

ข้อดีของการใข้ ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป Precast concrete components



ชิ้นส่วนสำเร็จรูปที่ใช้ในงานก่อสร้างนั้น มีหลากหลายแบบและหลากหลายการใช้งาน ก่อนที่เราจะพูดถึงประโยชน์และข้อดีของชิ้นส่วนสำเร็จรูปนั้น เราควรทำความตกลงกันถึงคำนิยาม ของคำว่าชิ้นส่วนสำเร็จรูปในงานก่อสร้างเสียก่อนว่าหมายถึงอะไร

ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปนั้น โดยทั่วไป มีความหมายถึง การที่เราหล่อชิ้นส่วนคอนกรีต ไว้ก่อนที่จะยกไปประกอบเป็นโครงสร้างทั้งโครงสร้าง   เช่น  หากในกรณีการสร้างบ้าน ก็ทำการหล่อชิ้นส่วน เสา คาน พื้น กำแพงไว้ก่อน ที่จะนำชิ้นส่วนเหล่านั้น มาประกอบ  ซึ่งการหล่อชื้นส่วนสำเร็จนั้น อาจทำในโรงงานหรืออาจจะทำกันที่หน่วยงานก่อสร้างนั้นเลยก็ได้

ความรู้เบื้องต้น เรื่องลิฟต์


         เมื่อพูดถึงลิฟต์ทุกคนคงเคยมีประสบการณ์ในการใช้ลิฟต์กันในชีวิตประจำวันกันอยู่แล้ว โดยลิฟต์ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีอยู่หลากหลายประเภท ซึ่งเราสามารถแบ่งประเภทหลักๆ ของลิฟต์อาคารได้ดังนี้

แบ่งตามการขับเคลื่อน
1. ขับเคลื่อนด้วย มอเตอร์
2. ขับเคลื่อนด้วย hydraulic
โดยในปัจจุบันเราจะใช้ลิฟต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ซะเป็นส่วนใหญ่

แบ่งตามประเภทการใช้งาน
1. ลิฟต์ขนคน (ลิฟต์โดยสาร)
    1.1 ลิฟต์ขนคนทั่วไป
ลิฟต์โดยสาร
    1.2 ลิฟต์ขนผู้ป่วย (Bed lift)

ลิฟต์ขนผู้ป่วย (Bed lift)

2. ลิฟต์ขนของ การสร้างลิฟต์ต้องมีโครงสร้างไว้สำหรับรองรับน้ำหนักของมันต่างหาก รวมถึงเสาเข็ม ด้วย

ปัญหาการกระตุกของลิฟต์ โดยมากเกิดจากระบบควบคุมการจอด หรือ มอเตอร์ ทำงานไม่ดี ไม่เกี่ยวกับ สลิงค์ โดยทั่วไปสลิงค์ที่ใช้กับลิฟต์ เป็นสลิงค์ที่ทนทานมาก และมีค่า safety factor ที่สูงมาก ดังนั้นปัญหาลิฟต์ตกที่เกิดจากสลิงค์ขาดนับเป็นส่วนน้อย โดยทั่วๆไปสลิงค์มีอายุใช้งานได้ราว 5-10 ปี ขึ้นกับการใช้งานและ ถ้าสลิงค์มีสภาพปกติ ไม่แตก ไม่แห้งเป็นสนิม หรือไม่มีลวดเป็นเส้นเล็กๆ ออกมา ก็มักจะยังไม่หมดสภาพ

ปัญหาที่เกิดจากลิฟต์ที่เป็นอันตรายมากที่สุด คืออันตรายที่เกิดจากความบกพร่องของระบบเบรคทำงานผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถหยุดลิฟต์ได้ และลิฟต์ ก็ตกลงมา อีกจุดหนึ่งที่สำคัญมากในการตรวจลิฟต์คือตรวจดู sensor ควบคุมการปิดเปิดประตู เพราะในการใช้งานลิฟต์นั้น ลิฟต์ต้องเคลื่อนที่ไม่ได้ ถ้าประตูยังไม่ปิด

     สำหรับประเทศไทยนั้น ยังไม่มีกฎหมายควบคุมการตรวจสอบลิฟต์ แต่ในความเป็นจริง ลิฟต์เป็นอุปกรณ์ทางเครื่องกลที่จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษา ทำให้ในปัจจุบันสามารถให้บริษัทผู้ผลิตมาทำการตรวจให้ได้ส่วนใหญ่ทำการตรวจปีละครั้ง

เกร็ดความรู้เรื่อง "ลิฟต์บ้าน"
     สำหรับลิฟต์บ้านนั้นจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่น้อย เช่น 1.5 x 1.5 เมตร ไม่ต้องการความทนทานมากเท่าลิฟต์สำนักงาน และมีความเร็วไม่สูง โดยส่วนมากลิฟต์บ้านจะรับน้ำหนักได้ประมาณ 200-300 กิโลกรัม หรือเท่ากับน้ำหนักคนประมาณ 3-4 คน

     ส่วนเรื่องโครงสร้างนั้นการติดตั้งลิฟต์บ้านภายหลังจากการสร้างบ้านเสร็จแล้ว ต้องคิด ถึงการทำฐานรากให้โครงสร้างลิฟต์ต่างหากด้วย ซึ่งรวมถึงการทำเสาเข็ม และต้องมีพื้นที่ด้านล่างอีกประมาณ 50 เซนติเมตร ไว้สำหรับทำบ่อลิฟต์ และมีเผื่อด้านบนอีกประมาณ 1 เมตร ไว้เป็น overhead ของลิฟต์

ตัวอย่างลิฟต์บ้าน

ระบบการก่อสร้างแบบ Precast


ในปัจจุบันระบบการก่อสร้างแบบ Precast ถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างอาคาร คอนโดมากขึ้นโดยเฉพาะโครงการบ้านจัดสรร ที่มีรูปแบบอาคารเหมือนกันในจำนวนมาก ซึ่งในการก่อสร้างแบบเดิมๆ ปัญหาหน้างานเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้งานไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ โอกาสที่งานจะมีความผิดพลาดก็สูง แต่ระบบการก่อสร้างแบบ Precast มีโอกาสที่จะผิดพลาดน้อยกว่า มีความสะดวกรวดเร็วในการทำงาน และยังช่วยลดปัญหาการขาดแคลนช่างผู้ชำนาญการอีก คนเลยหันมานิยมใช้ระบบ Precast กันมากขึ้นในปัจจุบัน


หลอดไฟ LED อีกหนึ่งทางเลือกในการประหยัดพลังงาน


    หลอดไฟที่เราใช้กันในปัจจุบันนั้นส่วนมากจะมีอยู่ 2 ชนิด คือหลอดไส้ทังสเตนหรือหลอดไฟธรรมดา กับ หลอดตะเกียบประหยัดไฟ หรือที่เรียกว่า หลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent) ซึ่งก็คือหลอดไฟที่เราใช้กันอยู่ตามบ้าน แต่ด้วยปัจจุบันผู้บริโภคสมัยนี้มักจะเลือกหลอดไฟที่ประหยัดพลังงาน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการพัฒนาหลอดไฟรุ่นใหม่เข้ามาใช้เรียกว่า หลอด LED (Light-emitting diode) ซึ่งประหยัดไฟกว่าหลอดไส้ถึง 90% และประหยัดกว่าหลอดตะเกียบถึง 50% และอายุการใช้งานก็นานกว่าหลอดไส้ 10-20 เท่า และหลอดตะเกียบ 3-10 เท่าเลยทีเดียว นอกจากนี้เนื่องจากหลอด LED จุดติดที่ความถี่สูงกว่าหลอดไส้และหลอดตะเกียบ จึงให้แสงที่เรียบ สม่ำเสมอ ไม่กระพริบ ทำให้คุณภาพของแสงที่ให้ออกมาดีกว่า แต่ในเรื่องความเพี้นของสี อาจำเป็นต้องพัฒนาอีกจึงจะได้ถึง 90-100% (ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 70-80%)

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับไฟฟ้าภายในบ้าน ตอนที่ 3: การตรวจสอบเบื้องต้นช่วงก่อสร้างหรือระหว่างติดตั้ง


หากจำเป็นต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า เราจำเป็นต้องคำนึงถึงอะไรกันบ้าง

การตรวจสอบเบื้องต้นระหว่างการติดตั้ง ต้องดูอะไรบ้าง
1. วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ตรงตามที่ต้องการ และมีมาตรฐานรับรอง เช่น มอก.
ตัวอย่างหลอดไฟฟ้าที่มีเครื่องหมายรับรองต่างๆ
2. เลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับคนในบ้านมากที่สุด เช่น กรณีในบ้านมีเด็ก ปลั๊กที่เลือกใช้ควรเป็นรุ่นที่มีฝาปิดรูเสียบกันเด็กไปแหย่เล่น เป็นต้น
ปลั๊กไฟควรมีฝาครอบเพื่อป้องกันเด็กเล่น
3. ตรวจเช็คหรือกำหนดตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ให้สอดคล้องกับการใช้งาน เช่น ตู้โหลดไฟฟ้า ปลั๊กไฟ ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถเข้าถึงได้ง่าย สะดวก และปลอดภัยกับการใช้งาน โดยคำนึงถึงคนในบ้าน เช่น เด็ก คนแก่ เป็นหลัก
จัดวางตู้โหลดไฟฟ้าในตำแหน่งที่สะดวกและปลอดภัยกับการใช้งาน
4. ตรวจสอบการติดตั้ง สายไฟฟ้า ชนิด และขนาดสายไฟ ติดตั้งถูกต้องตามแบบหรือมาตรฐานหรือไม่ เช่น  สายไฟ ชนิด VAF หรือสายตีกิ๊บห้ามเดินร้อยในท่อ ส่วนขนาดกระแสของสายไฟฟ้านั้น สามารถหาดูได้ตามตารางขนาดกระแสของสายไฟ โดยมีหลักว่า ขนาดกระแสที่สายไฟรับได้ ในแต่ละวงจรต้องมากกว่าขนาดกระแสที่เบรกเกอร์ในวงจรนั้นรับได้ เพื่อให้เบรกเกอร์ปลดวงจรก่อนที่สายไฟจะไหม้หรือเกิดความเสียหาย
สายไฟชนิด VAF ห้ามเดินร้อยในท่อ
5. ตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า การเดินท่อ และสายไฟฟ้า ติดตั้งเรียบร้อยสวยงาม ปลอดภัยดีหรือไม่ 
ตรวจสอบการเดินสายไฟและ
ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เรียบร้อยสวยงาม

ไฟฟ้าเบื้องต้นสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย ตอนที่ 2: ข้อควรปฏิบัติเบื้องต้น ก่อนการติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในบ้านอย่างปลอดภัย



    ไฟฟ้านั้นมีประโยชน์อย่างมากมายก็จริงแต่ในเวลาเดียวกัน ก็มีอันตรายอย่างมากจนถึงแก่ชีวิตได้ ถ้าใช้ผิดวิธี ดังนั้นข้อควรปฏิบัติเบื้องต้น ก่อนการใช้ไฟฟ้าดังนี้

1. เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ได้รับการรับรองจากมาตรฐานต่างๆ เช่น มอก., IEC เป็นต้น
ตัวอย่างหลอดไฟฟ้าที่ได้การรับรอง
จากมาตรฐานต่างๆ

2. การเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องเป็นไปตามกฎหรือมาตรฐานการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าของ วสท. หรือ การไฟฟ้า เช่น สายไฟฟ้าชนิดที่ใช้ภายในอาคาร (สาย IEC-01 (สาย THW เดิม) ควรเดินร้อยในท่อ, สาย VAF หรือสายตีกิ๊บห้ามเดินในท่อ เป็นต้น) ห้ามนำไปใช้เดินนอกอาคาร เพราะสะภาพอากาศและแสงแดดจะทำให้ฉนวนแตกกรอบและชำรุดง่ายส่งผลให้อายุการใช้งานสั้นลงด้วย
ตัวอย่างการเดินสาย VAF หรือสายตีกิ๊ฟ และการเดินสายไฟฟ้าแบบร้อยท่อ

3. อุปกรณ์ ปลั๊ก สวิทซ์ ที่ติดตั้งในที่เปียกชื้น หรือมีโอกาสโดนน้ำได้ ควรเป็นชนิดมีฝาหรือกล่องครอบกันน้ำได้
ตัวอย่างปลั๊กไฟฟ้าที่มีฝากล่องครอบ

4. วงจรย่อย หรือเบรกเกอร์ย่อยในตู้โหลดไฟฟ้า ควรแยกวงจรตามประเภทของอุปกรณ์หรือการใช้งาน เช่น วงจรแสงสว่าง วงจรปลั๊ก วรจรเครื่องทำน้ำอุ่น หรือวงจรเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น เพื่อให้ง่ายกับการดูแลรักษาและซ่อมบำรุง
ตัวอย่างการแยกวงจรย่อยเพื่อให้ง่ายกัยการดูแลและซ่อมบำรุง

5. ระบบไฟฟ้าต้องมีระบบสายดินที่ดีและถูกต้องตามมาตรฐาน เบื่องต้นเราสามารถสอบถาม หรือขอคำแนะนำ  จากการไฟฟ้าที่ใกล้บ้านท่านได้ 
 
ตัวอย่างภาพการติดตั้งสายดิน
(ขอบคุณภาพจาก electric4u.blogspot.com)

6. วงจรปลั๊ก วงจรเครื่องทำน้ำอุ่น หรือวงจรอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เราหรือคนในบ้านมีโอกาสสัมผัสได้ง่ายควรติดตั้งเบรกเกอร์ ชนิดที่สามารถปลดวงจรได้เมื่อมีกระแสรั่วลงดิน หรือที่เรียกกันว่า Earth Leakage Circuit Breaker (ELCB) ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ่น
Earth Leakage Circuit Breaker (ELCB)
(ขอบคุณภาพจาก www.pantip.com)

7. การเดินสายไฟฟ้า อาจเดินแบบร้อยในท่อ หรือเดินสายตีกิ๊บ ก็ได้ ตามที่ท่านสะดวก และงบประมาณที่ท่านมี
การเดินสายไฟฟ้าแบบร้อยในท่อ

8. ก่อนใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ผู้ใช้ต้องอ่านและศึกษาคู่มือแนะนำการใช้งาน ให้เข้าใจและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดประโยชน์ และความปลอดภัยสูงสุด

ไฟฟ้าเบื้องตันสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย ตอนที่1: คำศัพท์เบื้องต้นเกี่ยวกับไฟฟ้าที่เราควรรู้


คำศัพท์เบื้องต้นที่ควรรู้

1.  เมนสวิตซ์ (Main Switch) หมายถึง อุปกรณ์ต้นทางหรืออุปกรณ์หลักที่ใช้สำหรับตัดต่อวงจรของสายเมนเข้าบ้าน หรืออาคาร กับสายภายในทั้งหมด ซึ่งเมนสวิตซ์อาจจะใช้เป็นเบรกเกอร์ หรือสะพานไฟพร้อมฟิวส์ก็ได้

ตัวอย่าง เมนสวิตซ์(Main Switch)
(ขอบคุณภาพจาก www.pantip.com)
หน้าที่ของเมนสวิตซ์
เจ้าเมนสวิตซ์เนี่ยก็จะคอยควบคุมการใช้ไฟฟ้าให้เกิดความปลอดภัย ในกรณีที่เกิดกระแสไฟฟ้าเกิน หรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจร มันจะตัดวงจรอย่างอัตโนมัติ ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นสวิตซ์ปิด-เปิด ตัดต่อวงจรสายเมนเข้าบ้านหรืออาคารกับสายภายในทั้งหมด

2.  เบรกเกอร์ (เซอร์กิตเบรกเกอร์ / circuit breaker) คืออุปกรณ์ที่ทำงาน สับและปลดวงจรไฟฟ้า แบบไม่อัตโนมัติ แต่สามารถปลดวงจรไฟฟ้าได้อัตโนมัติถ้ามีกระแสไหลผ่านเกินกว่าค่าที่กำหนด โดยไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น

ตัวอย่างเซอร์กิตเบรกเกอร์(Circuit Breaker)
หน้าที่ของเบรกเกอร์
เบรกเกอร์หรือสวิตซ์อัตโนมัติ ก็คืออุปกรณ์ที่สามารถใช้สับหรือปลดวงจรไฟฟ้าได้ ในขณะเดียวกันก็สามารถปลดวงจรที่มีการใช้กระแสไฟฟ้าเกิน และกระแสลัดวงจรได้โดยอัตโนมัติ

3.  ฟิวส์ (fuse) เป็นอุปกรณ์ป้องกันชนิดหนึ่งที่อยู่ในเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยจะป้องกันการลัดวงจร และการใช้กระแสเกินในวงจรไฟฟ้า โดยจะหลอมละลาย และตัดกระแสไฟออกจากวงจรเพื่อป้องกันอุปกรณ์เสียหาย โดยฟิวล์จะเป็นเส้นลวดเล็ก ๆ ทำจากตะกั่วผสมดีบุก มีจุดหลอมเหลวที่ต่ำ มีหลายชนิดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของการใช้งาน
ตามรูปเป็นฟิวส์กระปุก หรือ คาร์ทริดจ์ฟิวส์ชนิด D

หน้าที่ของฟิวส์
ตัดวงจรไฟฟ้าอัตโนมัติ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลเกินกว่าค่าที่กำหนด และเมื่อฟิวส์ทำงานแล้ว (ฟิวส์ขาด) จะต้องทำการเปลี่ยนฟิวส์ใหม่ และขนาดพิกัดการตัดกระแสลัดวงจร (IC) ของฟิวส์ต้องไม่ต่ำกว่าขนาดกระแสลัดวงจรที่ผ่านฟิวส์

4.  เครื่องตัดไฟรั่ว คือ เครื่องตัดวงจรเมื่อมีกระแสไฟฟ้ารั่วลงดิน หมายถึง สวิทย์อัตโนมัติที่สามารถปลดวงจรได้อย่างรวดเร็ว ภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อมีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลลงดินในปริมาณที่มากกว่าค่าที่กำหนดไว้
ตัวอย่างเครื่องตัดวงจรเมื่อมีกระแสไฟฟ้ารั่วลงดิน

หน้าที่ของเครื่องตัดไฟรั่ว
เครื่องตัดไฟรั่วมักจะใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันเสริมกับระบบสายดิน เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูดกรณีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้มีไฟรั่วเกิดขึ้น

5.  วัตต์ (Watt) คือ หน่วยที่ใช้เรียก ขนาดของกำลังไฟฟ้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าหม้อหุงข้าวเขียนว่า 1500 W.หมายความว่า หม้อหุงข้าวนี้ใช้กำลังไฟฟ้า 1500 วัตต์ หรือกินไฟฟ้า 1500 วัตต์ นั่นเอง

6.  กิโลวัตต์-ชั่วโมง คือ หน่วยที่ใช้เรียกค่าพลังงานไฟฟ้า โดย 1 ยูนิต = 1 หน่วย = 1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง



เกร็ดความรู้ เรื่อง "สีทาบ้าน"




          สีทาบ้านเป็นสิ่งสำคัญสิ่งนึงที่จะทำให้บ้าน อาคาร หรือที่อยู่อาศัยต่างๆ สวยงามและน่าอยู่ขึ้น นอกจากช่วยทำให้สวยงามแล้ว ยังช่วยบอกอารมณ์บุคคลิกของ อาคารสิ่งปลูกสร้างได้ อาคารสิ่งปลูกสร้างจะเปลี่ยนอารมณ์ไปทันที เมื่อเราเปลี่ยนสีของมัน  นอกจากที่สีจะช่วยเปลี่ยนณ์แล้ว เทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้สีสามารถช่วยลดความร้อนที่เข้ามาภายในอาคารได้ ซึ่งเมื่อลดความร้อน หรือไม่เก็บความร้อนไว้แล้ว  อุณหภูมิของอาคารก็ลดลง ทำให้ประหยัดพลังงานในการทำความเย็นได้อีก

เกร็ดความรู้ เรื่องเครื่องปรับอากาศ รู้ไว้แอร์เย็น ใจก็เย็น


เพราะเมืองไทยเป็น “เมืองร้อน” ยิ่งเข้าเดือนมีนาคม เมษายน หน้าร้อนยิ่งทำให้ร้อนปรอทแตก  ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาในหาเรื่องความร้อนสำหรับคนเมือง คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นการใช้ “เครื่องปรับอากาศ” หรือ “แอร์”

 เครื่องปรับอากาศนั้น มีหลักการทั่วๆไปคือการนำอากาศร้อนจากที่หนึ่ง ไปถ่ายออกอีกที่หนึ่ง โดยผ่านกระบวนการทำให้อากาศ นั้นเย็นโดยการพ่นอากาศ หรือลม ผ่านการใช้น้ำเย็น  หรือถ้าเป็นในเครื่องปรับอากาศภายในบ้านนั้นก็ใช้น้ำยากทำความเย็น หรือที่เรา เรียกกันติดปากว่าน้ำยาแอร์นั่นเอง

ซึ่งในกระบวนการเปลี่ยนอากาศร้อน เป็นอากาศเย็นนั้น สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการใช้พลังงานไฟฟ้า  ซึ่งถ้าเรายิ่งใช้เครื่องปรับอากาศมาก เช่นใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือปรับอุณหภูมิให้แย็นมากๆ ก็จะยิ่งใช้พลังงานไฟฟ้ามาก และทำให้ค่าไฟในช่วงฤดูร้อนนั้นพุ่งขึ้นสูงมากทีเดียว ดังนั้น การเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับเครื่องปรับอากาศเบื้องต้น จะให้ให้เราสามารถ เย็นสบาย และก็ยังสบายกระเป๋าได้ด้วย

เริ่มแรก เลยเราต้องทำความรู้จักชนิดของเครื่องปรับอากาศที่ใช้ภายในบ้านเสียก่อน เครื่องปรับอากาศถ้าเป็นรุ่นใหม่ๆ จะมีระบบการปรับการทำงานของมอเตอร์อัตโนมัติ ทำให้มอเตอร์ไม่ต้องทำงานตลอดเวลา และติดๆดับๆ  ซึ่งนอกจากจะช่วยทำให้อุณหภูมิภายในห้องเย็นสม่ำเสมอแล้ว เรื่องค่าไฟก็จะประหยัดลงมาก ระบบนี้มีชื่อเรียกว่า อินเวอร์เตอร์ ซึ่งราคาในปัจจุบันก็ลดลงมามากแล้ว โดยทั่วไปแอร์ภายในบ้านมีอายุใช้งานราว 15 ปี ดังนั้นหากแอร์มีอายุการใช้งานมาก ก็อาจพิจารณาเปลี่ยนมาใช้รุ่นที่ใหม่กว่า เพื่อประหยัดค่าไฟและค่าบำรุงรักษาได้

กั้นแยกพื้นที่ (Compartmentation) ของอาคารเพื่อลดความเสียหายในการเกิดไฟไหม้ โดย คุณสุเมธ เกียรติเมธา ตอนที่ 2


    ต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว ในเรื่องการป้องกันอัคคีภัยหรือการป้องกันไฟและควันลาม โดยเฉพาะใน "เชิงรับ" (Passive fire protection) จะพูดถึง “ควัน” เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาคารทุกๆ อาคาร รวมถึงผู้ใช้อาคารเช่นกัน

    เนื่องจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีตนั้นแท้จริงแล้ว การสูญเสียโดยเฉพาะชีวิตของผู้ที่ใช้อาคารที่เกิดเพลิงไหม้นั้นมาจาก “ควัน” เสียเป็นส่วนใหญ่  เนื่องจากเวลาเกิดเหตุเพลิงไหม้นั้น การลามของไฟ และควันต่างกันคือ ไฟจะลามไปตามวัสดุหรือเชื้อเพลิงที่สามารถติดไฟได้โดยใช้องค์ประกอบ 3 ส่วน คือ
   1. เชื้อเพลิง
   2. พลังงานความร้อน (ตัวเริ่มปฏิกิริยา)
   3. ออกซิเจน (ปริมาณก๊าซออกซิเจนที่ 15% จะไม่สามารถจุดติดไฟได้ แต่ถ้าปริมาณก๊าซออกซิเจนที่ 26% อัตราการเผาไหม้จะเพิ่มเป็น 2 เท่าของสภาพปกติ, ออกซิเจน 21%) คือควันสามารถลามไปได้ทุกที่โดยใช้ช่องว่างหรือช่องเปิดของอาคาร เช่น ช่องวางใต้บานประตู ท่อปรับอาคกาศ ช่องวางรอยต่อผนังใต้ท้อง พื้น คาน ช่องเปิดเพื่อให้ท่อน้ำดื่มน้ำใช้ที่เจาะผ่านพื้นแต่ละชั้น ทางเดินภายในอาคาร เป็นต้น

การซ่อมแซมบ้านในช่วงหน้าหนาว



เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวกันแล้วนะคะ ฤดูนี้นี่ถือว่าเหมาะกับการซ่อมแซมบ้านที่สุด เพราะฝนหยุดตกแล้วและสภาพอากาศค่อนข้างเย็นสบาย แต่จะลงมือซ่อมอะไรก่อนหลังนั้น เราควรเริ่มต้นด้วยการเดินสำรวจให้ทั่วบริเวณทั้งภายในและภายนอกบ้านว่ามีจุดใด ที่เสียหายจากฟ้าฝนบ้าง เช่น มีน้ำรั่วซึมที่ฝ้าเพดาน สีทาผนังโปร่งพอง จะได้แก้ไขได้ตรงจุด วันนี้ช่างมันส์บล็อกจึงมี 10 ขั้นตอนการซ่อมบ้านในช่วงหน้าหนาวมาฝากกันค่ะ

ย้อนรอยโศกนาฏกรรมของวงการก่อสร้างไทย ในวันอาถรรพ์ศุกร์ ที่13


    เนื่องจากวันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่13 พอดี และยังเป็นศุกร์13ที่ทั้งปีมีแค่ในเดือนมิถุนายนเท่านั้นช่างมันส์เลยอยากจะหยิบยกเรื่องราวความเชื่อที่เกี่ยวกับอาถรรพ์ในวันศุกร์ที่13 ที่จะมีความเกี่ยวข้องกันยังไงกับงานก่อสร้างนั้น เรามาดูกันค่ะ

    คำตอบจะเป็นอย่างไร ไม่อาจตัดสิน เพราะเป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคลแต่ถ้าหากถามว่า ศุกร์ 13 เป็นวันอาถรรพ์จริงหรือ?"ก็คงตอบชัดเจนไม่ได้ นอกจากจะมีเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง

    เริ่มจากความเชื่อของฝรั่งโดยเฉพาะนิกายคาทอลิกที่เห็นว่า "เลข 13" เป็นเลขโชคร้ายถ้าเป็นฤกษ์ยามจะทำกิจการต่างๆ ก็นับเป็นฤกษ์ยามที่ไม่ดี ฝรั่งถือว่าเลข 13 เป็นเลขอับโชค ยิ่งเป็น "ศุกร์ 13" ด้วยแล้วยิ่งมหาอับโชคเพราะเป็นวันที่ตรงกับ วันที่พระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์หลายๆ คน จึงไม่ยอมออกจากบ้านไปไหน เพราะเกรงว่าจะประสบกับความโชคร้าย เช่น เกิดอุบัติเหตุ หรือมีอันเป็นไปต่างๆ นานา เป็นต้นแม้จะมีการแก้เคล็ดด้วยการเรียกเลข 13 เป็น "ลัคกี้นัมเบอร์" แต่ก็มิได้ทำให้ภาพลักษณ์ของเลข 13 ของฝรั่งดูดีมีโชคขึ้น ยังคงไม่อาจที่จะลบล้างความเชื่อที่เกี่ยวกับอาถรรพ์ศุกร์ที่13นี้ได้